บล็อก
Made in Korea vs Made in Thailand: 5 เหตุผลที่ตลาดเครื่องสำอางโลก 2026 หันมามองสารสกัดไทยก่อนเกาหลี
“เกาหลีเป็นผู้นำตลาดเครื่องสำอางเอเชียมานานกว่า 15 ปี
แต่ในปี 2026 ตลาดเริ่มมองหาเรื่องราวใหม่ และสารสกัดไทยกำลังกลายเป็นคำตอบที่ Buyer ระดับสากลพูดถึงมากขึ้น”
ในตลาดเครื่องสำอางโลก ชื่อ K-Beauty หรือ Korean Beauty เป็นคำที่ผู้บริโภคและ Buyer ระดับสากลรู้จักมานานกว่าทศวรรษ แบรนด์เครื่องสำอางจากเกาหลีใต้สร้างมาตรฐานในเรื่องของบรรจุภัณฑ์ การนำเสนอเรื่องราว ส่วนผสมที่หลากหลายในขั้นตอนการดูแลผิว และการสื่อสารกับผู้บริโภคที่ทำให้แบรนด์เกาหลีกลายเป็นแม่แบบของอุตสาหกรรมในเอเชีย
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2024 ถึง 2026 ตลาดเครื่องสำอางโลกเริ่มเห็นการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ ผู้บริโภคในตลาด สหรัฐอเมริกา ยุโรป และ ASEAN เริ่มมองหาเรื่องราวที่ลึกกว่าและสารหลักที่จับต้องได้กว่า K-Beauty ที่อิ่มตัวในระยะหลัง ในขณะที่สารสกัดจากทรัพยากรของไทยกำลังได้รับความสนใจจาก Buyer และนักพัฒนาสูตรในระดับสากล
บทความนี้รวบรวม 5 เหตุผลที่ตลาดเครื่องสำอางโลกในปี 2026 หันมามองสารสกัดไทยก่อนเกาหลี พร้อมข้อมูลที่เจ้าของแบรนด์ไทยและพันธมิตรในอุตสาหกรรมควรเข้าใจในการคว้าโอกาสนี้ และแนวทางที่ทรัพย์ ไบโอเทคในฐานะ Innovation Partner ใช้ในการเชื่อมโยงทรัพยากรไทยกับตลาดสากล
เหตุผลที่ 1: ทรัพยากรธรรมชาติเฉพาะที่เกาหลีไม่มีในแผนภูมิอากาศของตัวเอง
จุดต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่างไทยและเกาหลีในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง อยู่ที่ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้เป็นสารหลัก เกาหลีอยู่ในแผนภูมิอากาศแบบอบอุ่น และวัตถุดิบหลักที่ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางมาจากกลุ่มสารที่ปลูกได้ในเขตอบอุ่น เช่น ใบเขียวบางชนิด สารจากการหมัก และสารสังเคราะห์ที่พัฒนาในห้องปฏิบัติการ
ไทยอยู่ในแผนภูมิอากาศแบบเขตร้อนที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลายและเฉพาะตัวที่เกาหลีไม่สามารถปลูกในประเทศของตัวเอง ทรัพยากรเหล่านี้ครอบคลุม มังคุดที่มีสาร Alpha-Mangostin ในเปลือก ขมิ้นชันที่มีกลุ่ม Curcuminoid รังไหมไทยที่มีโปรตีน Sericin และ Fibroin ผำที่มีโปรตีนพืชครบกรดอะมิโน ข้าวไทยที่ใช้พัฒนาเป็นโปรตีนข้าวพรีเมียม มะขามป้อมที่มี Beta-Glucogallin พลูคาวที่มี Quercetin เปลือกมะม่วงที่มี Mangiferin และเห็ดร่างแหที่มี Beta-Glucan
การมีทรัพยากรเฉพาะตัวเหล่านี้ในประเทศ ทำให้แบรนด์ไทยสามารถพัฒนาสารหลักที่แบรนด์เกาหลีต้องนำเข้าและไม่สามารถสื่อสารเรื่องราวต้นน้ำในระดับเดียวกันได้ Buyer ระดับสากลที่ต้องการสารใหม่ที่มีเรื่องราวจับต้องได้ จึงเริ่มมองมาที่ไทยในระยะหลัง

เหตุผลที่ 2: ภูมิปัญญาตำรับยาไทยที่มีรากฐานทางวัฒนธรรมในขณะที่ K-Beauty เริ่มอิ่มตัว
K-Beauty สร้างเอกลักษณ์ในตลาดสากลผ่านการพัฒนาขั้นตอนการดูแลผิวที่ละเอียดและการใช้สารสังเคราะห์ที่พัฒนาในห้องปฏิบัติการ ในขณะที่จุดอ่อนของ K-Beauty คือการขาดเรื่องราวทางวัฒนธรรมที่ผู้บริโภคในตลาดสากลให้คุณค่าในยุคที่หันมาหา Story-driven Product มากขึ้น
ไทยมีรากฐานในภูมิปัญญาตำรับยาไทยและการดูแลผิวที่ตกทอดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นมาหลายร้อยปี การใช้สมุนไพรไทยในการดูแลผิว การหมักข้าวเป็นน้ำซาวข้าวเพื่อบำรุงผิว การใช้ขมิ้นชันในประเพณีงานมงคล เป็นเรื่องราวที่ผู้บริโภคในตลาดสากลที่หันมาหาภูมิปัญญาเอเชียให้คุณค่า
การที่ภูมิปัญญานี้ได้รับการศึกษาในห้องปฏิบัติการสมัยใหม่และยืนยันคุณสมบัติทางวิทยาศาสตร์ ทำให้สารสกัดไทยมีน้ำหนักในการสื่อสารกับตลาดสากล ทั้งในมิติของเรื่องราวและในมิติของข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่รองรับ
เหตุผลที่ 3: ต้นทุนพรีเมียมที่แข่งขันได้ในระดับคุณภาพเดียวกัน
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ต้นทุนของสารสกัดและการพัฒนาสูตรในเกาหลีปรับขึ้นในระดับที่กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันด้านราคาในตลาดสากล Buyer ที่เคยเลือกซื้อจากเกาหลีในระดับราคาพรีเมียม เริ่มมองหาแหล่งใหม่ที่ให้คุณภาพในระดับเดียวกันในต้นทุนที่แข่งขันได้
ไทยมีโครงสร้างต้นทุนที่ทำให้สารสกัดและสูตรที่พัฒนาในประเทศมีราคาที่แข่งขันได้กับเกาหลีในระดับคุณภาพเดียวกัน ปัจจัยที่สนับสนุนต้นทุนนี้ ครอบคลุมการมีทรัพยากรธรรมชาติในประเทศที่ลดต้นทุนการนำเข้า การมีเครือข่ายซัพพลายเออร์ที่ครบในประเทศ และการมีห้องปฏิบัติการในมหาวิทยาลัยที่ทำงานร่วมกับเอกชนผ่านบริษัทร่วมทุน เช่น บริษัท เค-เอพีไอ (K-API) ที่เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และทรัพย์ ไบโอเทค
รูปแบบการทำงานในเครือข่ายระหว่างเอกชนกับมหาวิทยาลัย ทำให้ค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาแบ่งระหว่างหลายฝ่าย และส่งผลให้ราคาของสารหลักที่พัฒนาขึ้นแข่งขันได้ในตลาดสากล
เหตุผลที่ 4: เศรษฐกิจหมุนเวียนแบบไทยที่ตลาด Sustainability ให้คุณค่า
ตลาดเครื่องสำอางโลกในปี 2026 ให้ความสำคัญกับ Sustainability และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในระดับที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ Buyer ในยุโรปและสหรัฐอเมริกา เริ่มตรวจสอบที่มาของสารและผลกระทบเชิงสิ่งแวดล้อมของแบรนด์ที่นำเสนอ
ไทยมีจุดได้เปรียบในมิตินี้ผ่านการพัฒนาสารสกัดจากของเหลือเกษตร เช่น เปลือกมังคุดที่กลายเป็นสารพรีเมียมในตลาดความงามโลก เปลือกมะม่วงที่กลายเป็นสาร Mangiferin รังไหมที่เหลือจากการสาวไหมที่กลายเป็น Sericin และข้าวที่นำมาพัฒนาเป็นโปรตีนสกินแคร์ เรื่องราวของเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบไทยที่เริ่มจากของเหลือเกษตรเป็นเรื่องราวที่ตลาดสากลให้คุณค่า
K-Beauty มีจุดอ่อนในมิตินี้เพราะวัตถุดิบหลักของอุตสาหกรรมเกาหลีต้องนำเข้าและไม่มีเรื่องราวต้นน้ำที่เชื่อมโยงกับชุมชนเกษตรในประเทศของตัวเองในระดับเดียวกัน การที่ตลาดสากลให้คุณค่ากับเรื่องราวเศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นจุดที่เปิดโอกาสให้แบรนด์ไทยเข้าตลาดในระดับพรีเมียม

เหตุผลที่ 5: โครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเอกสารที่พร้อมส่งออก
การที่แบรนด์ไทยจะคว้าโอกาสในตลาดสากลได้ ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเอกสารที่ตรงตามมาตรฐานของตลาดเป้าหมาย ในมิตินี้ไทยมีระบบที่พร้อมในระดับที่ใกล้เคียงกับเกาหลี ครอบคลุมโรงงานผลิตเครื่องสำอางที่ได้มาตรฐานการผลิตที่ดี (Good Manufacturing Practice, GMP) ระบบการจดแจ้งกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่เป็นระบบ และเอกสารทางเทคนิครวมของ ASEAN (ASEAN Common Technical Dossier, ACTD) ที่ใช้ในการขึ้นทะเบียนในประเทศ ASEAN
เอกสารมาตรฐาน 4 ฉบับที่ใช้ในการส่งออกและการสื่อสารกับ Buyer ได้แก่ ใบรับรองผลการวิเคราะห์ (Certificate of Analysis, CoA) เอกสารความปลอดภัย (Material Safety Data Sheet, MSDS) เอกสารเทคนิค (Technical Data Sheet, TDS) และเอกสารข้อกำหนดเฉพาะ (Specification Sheet) เป็นเอกสารที่โรงงานผลิตเครื่องสำอางในไทยส่งมอบในระดับที่ตรงตามมาตรฐานสากล
การมีระบบนี้พร้อม ทำให้แบรนด์ไทยสามารถส่งออกไปยังประเทศใน ASEAN ผ่าน ACTD ได้อย่างรวดเร็ว และเตรียมเอกสารสำหรับการส่งออกไปยังตลาดที่ไกลกว่า เช่น สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปได้ในระยะถัดมา
การเปรียบเทียบ K-Beauty และ T-Beauty ใน 5 มิติ
การเปรียบเทียบโดยตรงระหว่าง K-Beauty และ T-Beauty ใน 5 มิติที่กล่าวข้างต้น สะท้อนถึงตำแหน่งที่ต่างกันของอุตสาหกรรมทั้งสองในตลาดสากลปี 2026 ในมิติของทรัพยากร K-Beauty พึ่งพาการนำเข้าและการสังเคราะห์ ในขณะที่ T-Beauty พึ่งพาทรัพยากรในประเทศที่หลากหลายและเฉพาะตัว ในมิติของเรื่องราว K-Beauty เน้นที่ขั้นตอนและเทคโนโลยี ในขณะที่ T-Beauty เน้นที่ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมที่จับต้องได้
ในมิติของต้นทุน K-Beauty อยู่ในระดับพรีเมียมที่ปรับขึ้นในระยะหลัง ในขณะที่ T-Beauty อยู่ในระดับที่แข่งขันได้ในคุณภาพเดียวกัน ในมิติของ Sustainability K-Beauty มีจุดอ่อนเพราะขาดเรื่องราวต้นน้ำที่เชื่อมโยงกับชุมชนเกษตร ในขณะที่ T-Beauty มีจุดได้เปรียบผ่านเรื่องราวเศรษฐกิจหมุนเวียนจากของเหลือเกษตร
ในมิติของเอกสารและโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งสองอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน โดยที่ T-Beauty มีจุดได้เปรียบเฉพาะตัวในการเข้าตลาด ASEAN ผ่าน ACTD ที่ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาค
แบรนด์ไทยที่อยู่ในตำแหน่งคว้าโอกาสนี้
การที่ตลาดสากลเริ่มหันมามองสารสกัดไทย เป็นโอกาสที่เปิดให้แบรนด์ไทยทุกขนาด ตั้งแต่แบรนด์ขนาดเล็กถึงกลางที่ต้องการเข้าตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ระหว่างประเทศ ไปจนถึงแบรนด์ขนาดใหญ่ที่ต้องการสร้าง Hero Ingredient จากทรัพยากรไทยเพื่อสร้างจุดต่างในตลาดสากล
แบรนด์ที่อยู่ในตำแหน่งคว้าโอกาสนี้ คือแบรนด์ที่เริ่มต้นด้วยสารหลัก (Hero Ingredient) จากทรัพยากรไทยที่มีเรื่องราวต้นน้ำชัดเจน มีเอกสารมาตรฐานครบ และวางตำแหน่งของแบรนด์ในระดับที่สื่อสารกับตลาดสากลได้ การมีพันธมิตรในการพัฒนาสารและสูตร เช่น พันธมิตรที่มีเครือข่ายงานวิจัยกับมหาวิทยาลัย ช่วยให้แบรนด์มีโครงสร้างที่ตอบสนองตลาดสากลได้
บทบาทของทรัพย์ ไบโอเทคในการเชื่อมโยงทรัพยากรไทยกับตลาดสากล
ทรัพย์ ไบโอเทคทำหน้าที่เป็น Innovation Partner ที่เชื่อมโยงทรัพยากรไทยกับเจ้าของแบรนด์ที่ต้องการเข้าตลาดสากล ผ่านการพัฒนา Hero Series ที่มาจากทรัพยากรไทย ครอบคลุม Alpha-Mangostin จากเปลือกมังคุด Curcuminoid จากขมิ้นชัน Sericin จากรังไหม Wolffia Tech จากผำ โปรตีนจากข้าวไทย Beta-Glucogallin จากมะขามป้อม Quercetin จากพลูคาว Mangiferin จากเปลือกมะม่วง และ Beta-Glucan จากเห็ดร่างแห
แต่ละสารใน Hero Series มีเรื่องราวต้นน้ำที่จับต้องได้ มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับผ่านเครือข่ายงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ผ่านบริษัท เค-เอพีไอ (K-API) มีเอกสารมาตรฐานครบทุกล็อต และพร้อมในรูปแบบที่หลากหลายผ่านเทคโนโลยีนำส่งสาร 3 รูปแบบ ได้แก่ ไลโพโซม นาโนเอมัลชัน และไมโครแคปซูล สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบที่ต่างกันที่ตอบโจทย์ตลาดสากล
การทำงานในเครือข่ายกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ผ่าน K-API และพันธมิตรห้องปฏิบัติการระดับสากล ทำให้แบรนด์ที่ทำงานกับทรัพย์ ไบโอเทคได้รับการสนับสนุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามมาตรฐานสากลและสามารถส่งออกได้
การเตรียมแบรนด์ของคุณเพื่อคว้าโอกาสนี้
การคว้าโอกาสที่ตลาดสากลเปิดให้กับสารสกัดไทยในปี 2026 ต้องมีการเตรียมแบรนด์ในหลายมิติ มิติแรกคือการเลือกสารหลักที่มาจากทรัพยากรไทยที่มีเรื่องราวต้นน้ำชัดเจนและมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับ การเลือกสารหลักที่ถูกตั้งแต่ต้นเป็นการลงทุนที่ส่งผลกับการเติบโตของแบรนด์ในระยะยาว
มิติที่สองคือการพัฒนาสูตรด้วยเทคโนโลยีนำส่งสารที่เหมาะกับการใช้งานของผลิตภัณฑ์ การเลือกระหว่างไลโพโซม นาโนเอมัลชัน และไมโครแคปซูล ส่งผลกับประสบการณ์การใช้งานและการสื่อสารคุณค่าของผลิตภัณฑ์
มิติที่สามคือการเตรียมเอกสารมาตรฐานครบสำหรับการขึ้นทะเบียนในตลาดเป้าหมาย และมิติที่สี่คือการเตรียมเรื่องราวของแบรนด์ที่สื่อสารกับตลาดสากลได้ การมีพันธมิตรในการพัฒนาแบรนด์ที่ครอบคลุมทุกมิติ ช่วยให้การเตรียมตัวเสร็จในระยะเวลาที่สั้นและในต้นทุนรวมที่เหมาะ
การวางแผนระยะยาวในการแข่งกับ K-Beauty ในตลาดสากล
การที่ตลาดสากลเริ่มมองมาที่ไทยในปี 2026 ไม่ได้หมายความว่า K-Beauty จะลดบทบาทในระยะสั้น แบรนด์เกาหลีมีฐานในตลาดที่แข็งแกร่งและมีงบประมาณการตลาดที่สูง การแข่งกับ K-Beauty ในระยะยาวต้องอยู่บนพื้นฐานของจุดต่างที่ T-Beauty มีและรักษาความสม่ำเสมอในการสื่อสารและการนำเสนอผลิตภัณฑ์
แบรนด์ไทยที่วางแผนระยะยาว ควรมีกลยุทธ์ในการสร้าง Hero Ingredient ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์หลายตัวในไลน์ของแบรนด์ การพัฒนาเรื่องราวที่สื่อสารตลอดทั้งปี การมีงานวิจัยที่ต่อยอด และการสร้างชุมชนของผู้บริโภคที่ผูกพันกับเรื่องราวของแบรนด์ในระดับที่ลึก
การมีพันธมิตรในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในระยะยาว ช่วยให้แบรนด์ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์รอบสารหลักได้อย่างเป็นระบบและเข้าตลาดใหม่ในระยะถัดมาได้โดยใช้พื้นฐานเดียวกัน
ก้าวต่อไปกับทรัพย์ ไบโอเทค
หากคุณกำลังพัฒนาแบรนด์เครื่องสำอางและต้องการคว้าโอกาสในยุคที่ตลาดสากลหันมามองสารสกัดไทย ทรัพย์ ไบโอเทคพร้อมเป็นพันธมิตรในการพัฒนาสาร สูตร และเอกสารที่ตรงตามมาตรฐานสากล
ปรึกษาทีมเราเพื่อรับคำแนะนำในการเลือกสารหลักจาก Hero Series ที่มาจากทรัพยากรไทยและการพัฒนาสูตรด้วยเทคโนโลยีนำส่งสารที่เหมาะ พร้อมรับเอกสารมาตรฐาน 4 ฉบับ ได้แก่ ใบรับรองผลการวิเคราะห์ (Certificate of Analysis, CoA) เอกสารความปลอดภัย (Material Safety Data Sheet, MSDS) เอกสารเทคนิค (Technical Data Sheet, TDS) และเอกสารข้อกำหนดเฉพาะ (Specification Sheet) ที่ใช้ในการขึ้นทะเบียนและการสื่อสารกับ Buyer ในตลาดสากล
ทรัพย์ ไบโอเทค: Innovation Partner
สำหรับเจ้าของแบรนด์และโรงงาน
ที่ต้องการสารออกฤทธิ์จากทรัพยากรไทย พร้อมข้อมูลที่พิสูจน์ได้
Discover Scientifically Supported Active Ingredients
แหล่งอ้างอิง (References)
- ทรัพย์ ไบโอเทค. (2569). Hero Series และสารสกัดจากทรัพยากรไทย. zubbbiotech.com/our-ingredients
- ทรัพย์ ไบโอเทค. (2569). บริการพัฒนาคอนเซปต์สารและพัฒนาสูตร. zubbbiotech.com/services
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (2567). บริษัท เค-เอพีไอ จำกัด.
- ASEAN Cosmetic Committee. (2024). ASEAN Common Technical Dossier Guidelines.