บล็อก
5 สารสกัดจากทรัพยากรไทย: อาวุธลับของแบรนด์สกินแคร์ในตลาด Anti-Aging โลก
ตลาด Anti-Aging ระดับโลกกำลังเปิดให้กับแบรนด์ที่มีเรื่องราวต้นน้ำที่จับต้องได้
และไทยมีทรัพยากรที่ตรงตามความต้องการนี้
คำถามคือแบรนด์ไทยจะใช้สารหลักตัวไหนในการคว้าโอกาส
ตลาดสารต้านริ้วรอย (Anti-Aging) เป็นหมวดที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางโลก และเป็นหมวดที่มีการแข่งขันสูงที่สุด ในตลาดที่อิ่มตัวด้วยสารสังเคราะห์และสารจากแหล่งวัตถุดิบที่ผู้บริโภคจดจำได้แล้ว แบรนด์ใหม่ที่ต้องการเข้ามาในตลาดต้องอาศัยจุดต่างที่จับต้องได้และเรื่องราวที่ตลาดให้คุณค่า
ในช่วงปี 2024 ถึง 2026 ผู้บริโภคและ Buyer ในตลาดสากลเริ่มหันมาให้คุณค่ากับสารจากทรัพยากรในภูมิภาคที่มีเรื่องราวต้นน้ำที่ตรวจสอบได้ ความยั่งยืน และการเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่น การเปลี่ยนผ่านนี้สร้างโอกาสให้กับแบรนด์ไทยที่สามารถเข้าถึงทรัพยากรเฉพาะของไทยและสื่อสารเรื่องราวกับตลาดสากลได้
บทความนี้รวบรวม 5 สารหลักจากทรัพยากรไทยที่แบรนด์ Skincare ไทยใช้สร้างจุดต่างในตลาด Anti-Aging โลกได้ พร้อมแนวทางที่ทรัพย์ ไบโอเทคในฐานะ Innovation Partner ใช้ในการพัฒนาสารเหล่านี้และสนับสนุนแบรนด์ไทยในการเข้าตลาดสากล
ภาพรวมตลาด Anti-Aging: สถิติที่แบรนด์ต้องเข้าใจ
ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวต้านริ้วรอย (Anti-Aging) ระดับโลกในปี 2024 มีมูลค่าประมาณ 65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดการณ์ว่าจะเติบโตด้วยอัตรา CAGR ประมาณ 6 เปอร์เซ็นต์จนถึงปี 2030 (อ้างอิง: Grand View Research, 2024 และ Mordor Intelligence, 2024)
ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดในตลาด Anti-Aging โดยมีอัตราการเติบโตสูงกว่าตลาดโลกในภาพรวม (อ้างอิง: Euromonitor International, 2024) ผู้บริโภคในภูมิภาคเริ่มหาสารจากภูมิปัญญาพื้นถิ่นแทนสารสังเคราะห์
งานวิจัยใน Journal of Cosmetic Dermatology ในช่วงปี 2020 ถึง 2024 ระบุว่าสารกลุ่มเปปไทด์และโปรตีนสายสั้นจากแหล่งธรรมชาติได้รับความสนใจจากนักพัฒนาสูตรในระดับสูง (อ้างอิง: Journal of Cosmetic Dermatology, 2022 ถึง 2024)
สารที่ 1: เซริซิน (Sericin) จากรังไหมไทย
เซริซิน (Sericin) เป็นโปรตีนที่อยู่ในชั้นนอกของรังไหม โดยทั่วไปถูกทิ้งในระหว่างการสาวไหมเพื่อทำผ้าไหม การที่นักวิจัยไทยพัฒนากระบวนการสกัดเซริซินจากรังไหมที่เหลือ ทำให้สารนี้กลายเป็นมูลค่าเพิ่มจากของที่จะถูกทิ้ง
เซริซินมีคุณสมบัติเป็นโปรตีนสายสั้นที่ให้ความชุ่มชื้น สร้างฟิล์มบนผิว และเข้ากันกับสารอื่นในสูตรน้ำได้ดี ในตลาด Anti-Aging เซริซินเป็นทางเลือกที่แทนคอลลาเจนทางทะเลในระดับพรีเมียม ด้วยเรื่องราวต้นน้ำจากวัฒนธรรมทอผ้าไหมไทยและโครงสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ตลาดสากลให้คุณค่า
สารที่ 2: Alpha-Mangostin จากเปลือกมังคุดไทย
Alpha-Mangostin เป็นสารกลุ่ม Xanthone ที่อยู่ในเปลือกมังคุด ผลไม้เศรษฐกิจของไทยที่ผู้บริโภคทั่วโลกรู้จัก ในการกินมังคุดทั่วไป เปลือกที่มีสาร Xanthone จำนวนมากถูกทิ้ง การที่นักวิจัยไทยพัฒนากระบวนการสกัด Alpha-Mangostin จากเปลือกมังคุด ทำให้สารนี้กลายเป็นสาร Antioxidant ที่มีงานวิจัยรองรับและมีเรื่องราวต้นน้ำที่จับต้องได้
Alpha-Mangostin มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทำงานในระดับโมเลกุล ในสูตรเครื่องสำอาง Alpha-Mangostin ใช้ในผลิตภัณฑ์ที่ต้องการสื่อสารคุณสมบัติ Antioxidant ที่จับต้องได้ ทั้งในเซรั่ม ครีม และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในช่วงกลางคืน
สารที่ 3: Beta-Glucan จากเห็ดร่างแหไทย
Beta-Glucan เป็น Polysaccharide ที่อยู่ในผนังเซลล์ของเห็ด เห็ดร่างแหเป็นเห็ดป่าที่พบในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีเรื่องราวเชื่อมโยงกับภูมิปัญญาในการใช้เห็ดในอาหารและการบำรุงร่างกาย
Beta-Glucan มีคุณสมบัติในการสร้างฟิล์มที่ล็อกความชุ่มชื้นบนผิว ในตลาด Anti-Aging Beta-Glucan ใช้ในสูตรที่เน้นการเสริมความแข็งแรงของผิวและการบำรุงในระดับลึก เรื่องราวของ Beta-Glucan จากเห็ดร่างแหไทยเป็นจุดต่างที่แบรนด์ใช้ในการสื่อสารกับผู้บริโภคในตลาด Immune Beauty ที่กำลังขยาย
สารที่ 4: Beta-Glucogallin จากมะขามป้อมไทย
มะขามป้อมเป็นผลไม้ที่มีเรื่องราวในตำรับยาไทยและตำรับยาแผนโบราณในเอเชียใต้ Beta-Glucogallin เป็นสารกลุ่ม Tannin ที่อยู่ในมะขามป้อมและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีงานวิจัยรองรับ
การที่นักวิจัยไทยพัฒนากระบวนการสกัด Beta-Glucogallin ที่คงคุณสมบัติ ทำให้สารนี้กลายเป็นทางเลือกใหม่ในตลาด Anti-Aging Beta-Glucogallin ใช้ในสูตรที่ต้องการสื่อสารคุณสมบัติ Antioxidant พร้อมเรื่องราวภูมิปัญญาไทยที่ตลาดสากลให้คุณค่า
สารที่ 5: Mangiferin จากเปลือกมะม่วงไทย
มะม่วงเป็นผลไม้ที่ปลูกในไทยและเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญ ในกระบวนการแปรรูปมะม่วงเพื่อทำเครื่องดื่ม ขนม และผลไม้แห้ง เปลือกที่มีสาร Mangiferin จำนวนมากถูกทิ้ง การที่นักวิจัยไทยพัฒนากระบวนการสกัด Mangiferin จากเปลือกมะม่วง ทำให้สารนี้กลายเป็นสาร Antioxidant ที่มาจากเศรษฐกิจหมุนเวียน
Mangiferin มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระและสารที่ช่วยในการดูแลผิวในระดับเซลล์ ในตลาด Anti-Aging Mangiferin ใช้ในสูตรที่เน้นการดูแลผิวในระยะยาว เรื่องราวของ Mangiferin จากเปลือกมะม่วงไทยเป็นจุดต่างที่แบรนด์ใช้ในการสื่อสาร Sustainability และคุณค่าของเศรษฐกิจหมุนเวียน

ทำไม 5 สารนี้สร้างจุดต่างให้แบรนด์ไทยได้ในตลาดสากล
การที่สารทั้ง 5 ตัวมาจากทรัพยากรไทยที่มีเรื่องราวต้นน้ำที่จับต้องได้ เป็นจุดต่างที่แบรนด์จากประเทศอื่นไม่สามารถมีในระดับเดียวกัน ตลาด Anti-Aging ระดับโลกในปี 2026 ให้คุณค่ากับเรื่องราวที่ผู้บริโภคจดจำได้และเชื่อมโยงกับวัฒนธรรม การที่แบรนด์ไทยสามารถใช้สารที่มาจากมังคุด รังไหม มะขามป้อม เปลือกมะม่วง และเห็ดร่างแห เป็นทุนทางการตลาดที่ไม่ต้องสร้างใหม่
ในมิติของวิทยาศาสตร์ ทั้ง 5 สารมีงานวิจัยรองรับคุณสมบัติในการเป็นสาร Antioxidant และสารบำรุงผิว การที่งานวิจัยมาจากเครือข่ายของมหาวิทยาลัยและพันธมิตรห้องปฏิบัติการในไทย ทำให้แบรนด์ไทยมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่สื่อสารกับ Buyer และนักพัฒนาสูตรในระดับสากลได้
การวางตำแหน่งของแบรนด์ไทยในตลาด Anti-Aging โลก
การวางตำแหน่งของแบรนด์ไทยในตลาด Anti-Aging โลก ต้องอยู่บนพื้นฐานของจุดต่างที่ไทยมีและตลาดสากลให้คุณค่า ตำแหน่งที่เหมาะกับแบรนด์ไทยส่วนใหญ่คือระดับพรีเมียมที่เน้นเรื่องราวต้นน้ำ ภูมิปัญญา และวิทยาศาสตร์รองรับ ไม่ใช่การแข่งราคาในระดับล่าง
ตำแหน่งระดับพรีเมียมต้องสอดคล้องกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ การสื่อสารและการบริการลูกค้า การมีพันธมิตรในการพัฒนาสูตรและการเตรียมเอกสารมาตรฐาน ช่วยให้แบรนด์ไทยมีโครงสร้างที่ตรงกับตำแหน่งที่วางไว้
การเตรียมเอกสารและการขึ้นทะเบียนเพื่อเข้าตลาดสากล
การที่แบรนด์ไทยจะคว้าโอกาสในตลาด Anti-Aging โลกได้ ต้องมีเอกสารและการขึ้นทะเบียนที่ตรงตามมาตรฐานของตลาดเป้าหมาย เอกสารที่จำเป็นครอบคลุมเอกสารมาตรฐานของสาร 4 ฉบับ ได้แก่ ใบรับรองผลการวิเคราะห์ (Certificate of Analysis, CoA) เอกสารความปลอดภัย (Material Safety Data Sheet, MSDS) เอกสารเทคนิค (Technical Data Sheet, TDS) และเอกสารข้อกำหนดเฉพาะ (Specification Sheet)
การมีเอกสารทางเทคนิครวมของ ASEAN (ASEAN Common Technical Dossier, ACTD) สำหรับการส่งออกไปประเทศใน ASEAN และการเตรียมเอกสารสำหรับมาตรฐานของสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา เป็นขั้นตอนที่ต้องวางแผนตั้งแต่ระยะการพัฒนาสูตร การทำงานกับ Innovation Partner ที่ส่งมอบเอกสารครบในทุกล็อต ช่วยให้แบรนด์ผ่านขั้นนี้ได้ในระยะเวลาที่สั้น
บทบาทของทรัพย์ ไบโอเทคในการสนับสนุนแบรนด์ไทย
ทรัพย์ ไบโอเทคทำหน้าที่เป็น Innovation Partner ที่เชื่อมโยงทรัพยากรไทยกับเจ้าของแบรนด์ที่ต้องการเข้าตลาด Anti-Aging โลก ผ่านการพัฒนา Hero Series ที่ครอบคลุมสารทั้ง 5 ตัวที่กล่าวข้างต้นและสารอื่นในกลุ่ม Anti-Aging ทั้งหมด พร้อมเทคโนโลยีนำส่งสาร 3 รูปแบบ ได้แก่ ไลโพโซม นาโนเอมัลชัน และไมโครแคปซูล สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบที่ตอบโจทย์ตลาดสากล
การทำงานในเครือข่ายกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ผ่านบริษัท เค-เอพีไอ (K-API) และพันธมิตรห้องปฏิบัติการระดับสากล ทำให้แบรนด์ที่ทำงานกับทรัพย์ ไบโอเทคได้รับการสนับสนุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามมาตรฐานสากลและพร้อมส่งออก

แนวทางในการเริ่มต้นแบรนด์ Anti-Aging ที่เข้าตลาดสากล
การเริ่มต้นแบรนด์ Anti-Aging ที่ตั้งเป้าเข้าตลาดสากล ต้องวางแผนตั้งแต่ขั้นเลือกสารหลัก การออกแบบสูตร การเตรียมเอกสาร การวางตำแหน่งของแบรนด์ และการสื่อสารกับตลาดเป้าหมาย ในขั้นเลือกสารหลัก การพิจารณาสารจากทรัพยากรไทยที่มีเรื่องราวต้นน้ำชัดเจนเป็นการวางพื้นฐานที่ส่งผลกับการเติบโตของแบรนด์ในระยะยาว
ในขั้นการออกแบบสูตร การใช้เทคโนโลยีนำส่งสารที่เหมาะ ช่วยให้สารหลักทำงานในผลิตภัณฑ์ได้เต็มที่และให้สัมผัสที่ผู้บริโภครับรู้ผลได้ ในขั้นการเตรียมเอกสารและการวางตำแหน่ง การมีพันธมิตรที่ครบในทุกมิติช่วยให้แบรนด์ผ่านขั้นเหล่านี้ในระยะเวลาที่สั้นและในต้นทุนที่บริหารได้
ก้าวต่อไปกับทรัพย์ ไบโอเทค
หากคุณกำลังพัฒนาแบรนด์ Skincare และต้องการคว้าโอกาสในตลาด Anti-Aging ระดับโลก ทรัพย์ ไบโอเทคพร้อมเป็นพันธมิตรในการพัฒนาสาร สูตร และเอกสารที่ตรงตามมาตรฐานสากล
ปรึกษาทีมเราเพื่อรับคำแนะนำในการเลือกสารหลักจาก Hero Series ที่มาจากทรัพยากรไทย พร้อมรับเอกสารมาตรฐาน 4 ฉบับ ได้แก่ ใบรับรองผลการวิเคราะห์ (Certificate of Analysis, CoA) เอกสารความปลอดภัย (Material Safety Data Sheet, MSDS) เอกสารเทคนิค (Technical Data Sheet, TDS) และเอกสารข้อกำหนดเฉพาะ (Specification Sheet) ที่ใช้ในการขึ้นทะเบียนและการสื่อสารกับ Buyer ในตลาดสากล
ทรัพย์ ไบโอเทค: Innovation Partner
สำหรับเจ้าของแบรนด์และโรงงาน
ที่ต้องการสารออกฤทธิ์จากทรัพยากรไทย พร้อมข้อมูลที่พิสูจน์ได้
Discover Scientifically Supported Active Ingredients
แหล่งอ้างอิง (References)
- Grand View Research. (2024). Anti-Aging Market Size, Share & Trends Analysis Report.
- Mordor Intelligence. (2024). Anti-Aging Products Market Growth & Forecast.
- Euromonitor International. (2024). Beauty and Personal Care in Asia Pacific.
- Journal of Cosmetic Dermatology. (2022-2024). Research on Natural Active Ingredients in Skincare.
- Nielsen. (2023). Global Sustainability Report.
- ทรัพย์ ไบโอเทค. (2567). Hero Series และสารสกัดจากทรัพยากรไทย. zubbbiotech.com/our-ingredients
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (2567). บริษัท เค-เอพีไอ จำกัด: บริษัทร่วมทุนระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และทรัพย์ ไบโอเทค.