เมื่อสารสกัดที่มีอยู่ยังไม่ถึงสเปก

สิ่งที่อยู่ในสารสกัดหยาบ นอกเหนือจากสารที่คุณต้องการ

สารสกัดที่ได้จากขั้นตอนแรกไม่ใช่สารบริสุทธิ์ แต่เป็นส่วนผสมของทุกอย่างที่ตัวทำละลายดึงออกมาจากพืชได้

สารสำคัญที่คุณต้องการมักเป็นสัดส่วนเล็กในนั้น ส่วนที่เหลือคือน้ำตาล เส้นใยที่ละลายได้ แร่ธาตุ กรดอินทรีย์ คลอโรฟิลล์ และสารกลุ่มอื่นที่ติดมาด้วย สำหรับผลิตภัณฑ์หลายประเภทนี่เพียงพอแล้วและไม่มีเหตุผลต้องทำอะไรเพิ่ม

แต่มีสถานการณ์ที่สารสกัดหยาบใช้ไม่ได้ กรณีแรกคือผลิตภัณฑ์ที่มีพื้นที่จำกัด แคปซูลหนึ่งเม็ดบรรจุผงได้เท่าที่บรรจุได้ ถ้าสารสำคัญมีสัดส่วนต่ำ คุณต้องให้ผู้บริโภคกินหลายเม็ดต่อวันเพื่อให้ได้ปริมาณตามที่ต้องการ ซึ่งกระทบทั้งต้นทุนและความสะดวก

กรณีที่สองคือสูตรที่ต้องการความใส เซรั่มและเครื่องดื่มที่ต้องใสจะขุ่นทันทีถ้าใส่สารสกัดหยาบในปริมาณมาก กรณีที่สามคือเมื่อลูกค้าปลายทางกำหนดสเปกมาแล้ว และสเปกนั้นสูงกว่าที่การสกัดขั้นเดียวทำได้

บริการนี้คือขั้นที่ยกระดับสารสกัดหยาบให้เข้าสเปก และเป็นขั้นที่ต้นทุนขึ้นเร็วที่สุดในสายการผลิตทั้งหมด เราจึงประเมินความคุ้มค่าให้ก่อนเสมอ

ทำไมต้นทุนไม่ได้ขึ้นเป็นเส้นตรง

นี่คือเรื่องที่เราอยากให้เข้าใจก่อนคุยเรื่องราคา

การยกเปอร์เซ็นต์สารสำคัญจาก 5% ไป 10% กับการยกจาก 90% ไป 95% ฟังดูเป็นการเพิ่มห้าจุดเหมือนกัน แต่เป็นงานคนละระดับโดยสิ้นเชิง

เหตุผลอยู่ที่ธรรมชาติของการแยกสาร ในช่วงแรกสิ่งที่ต้องแยกออกคือสารที่มีคุณสมบัติต่างจากสารเป้าหมายมาก เช่น น้ำตาลกับสารกลุ่มฟีนอลิก ซึ่งแยกได้ง่ายเพราะละลายในระบบต่างกันชัดเจน แต่เมื่อเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ สารที่ยังปนอยู่คือสารที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงสารเป้าหมายมากขึ้นทุกที การแยกจึงยากขึ้นเป็นทวีคูณ

และในทุกขั้นตอนที่แยก จะมีสารเป้าหมายส่วนหนึ่งติดไปกับส่วนที่ทิ้ง ยิ่งแยกหลายรอบยิ่งสูญเสียมาก ต้นทุนต่อกิโลกรัมของสารสกัดสุดท้ายจึงประกอบด้วยทั้งค่ากระบวนการและค่าวัตถุดิบที่หายไประหว่างทาง

คำถามที่ควรถามจึงไม่ใช่ "เข้มข้นได้สูงสุดเท่าไร" แต่คือ "ผลิตภัณฑ์ของเราต้องการเท่าไรจึงจะพอ" ซึ่งเป็นคำถามที่เราช่วยตอบได้จากรูปแบบผลิตภัณฑ์และปริมาณที่จะใส่ในสูตร

เทคนิคที่เราใช้ และเลือกอย่างไร

การแยกด้วยเรซิน (Resin Adsorption) ใช้วัสดุที่จับสารเป้าหมายไว้ขณะที่ปล่อยสารอื่นไหลผ่าน แล้วชะสารที่จับไว้ออกในขั้นตอนถัดไป เป็นเทคนิคหลักสำหรับสารกลุ่มโพลีฟีนอลและฟลาโวนอยด์ เพราะแยกน้ำตาลและเกลือออกได้ดีในขั้นตอนเดียว

บริการทำให้บริสุทธิ์และเพิ่มความเข้มข้น (Purification & Concentration Service) — ภาพประกอบที่ 1

การกรองระดับเมมเบรน (Membrane Filtration) แยกตามขนาดโมเลกุลโดยไม่ใช้ความร้อน เหมาะกับสารที่ไวต่อความร้อนและเหมาะกับการแยกโมเลกุลใหญ่ออกจากโมเลกุลเล็ก เช่น การแยกโพลีแซ็กคาไรด์ออกจากน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว

การตกผลึก (Crystallization) ใช้กับสารที่ตกผลึกได้ ให้ความบริสุทธิ์สูงที่สุดในบรรดาเทคนิคทั้งหมด แต่ใช้ได้กับสารจำนวนจำกัด และต้องการสารตั้งต้นที่เข้มข้นระดับหนึ่งอยู่แล้ว

การแยกด้วยตัวทำละลาย (Liquid-Liquid Partition) อาศัยความต่างของการละลายในระบบสองเฟส ใช้แยกกลุ่มสารออกจากกันในขั้นต้น มักใช้เป็นขั้นแรกก่อนเทคนิคที่ละเอียดกว่า

การระเหยภายใต้ความดันต่ำ (Vacuum Evaporation) ลดปริมาณตัวทำละลายหรือน้ำโดยใช้อุณหภูมิต่ำ เป็นขั้นตอนที่มักตามหลังเทคนิคอื่นเพื่อทำให้สารเข้มข้นขึ้นก่อนส่งต่อ

การเลือกเทคนิคไม่ได้ขึ้นกับว่าเทคนิคไหนดีที่สุด แต่ขึ้นกับสมบัติของสารเป้าหมาย สารที่ปนอยู่ ค่าเป้าหมายที่ต้องการ และข้อจำกัดด้านตัวทำละลายที่ตลาดปลายทางยอมรับ ในหลายกรณีเราใช้มากกว่าหนึ่งเทคนิคต่อกันเป็นลำดับ

สิ่งที่แยกทิ้ง อาจไม่ใช่ของทิ้ง

ในหลายโครงการ ส่วนที่ถูกแยกออกยังมีมูลค่า

ตัวอย่างที่พบบ่อยคือส่วนที่มีใยอาหารสูง ซึ่งนำไปทำผงใยอาหารหรือส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพได้ อีกตัวอย่างคือส่วนที่มีสารกลุ่มอื่นเข้มข้นขึ้นโดยบังเอิญจากการแยกสารเป้าหมายออก ซึ่งบางครั้งกลายเป็นวัตถุดิบตัวที่สองที่ขายได้

เราประเมินและแจ้งให้ทราบหากพบว่าส่วนที่แยกออกมีทางใช้ต่อ เพราะในงานที่ต้นทุนสูง การหาทางใช้ประโยชน์จากทุกส่วนคือสิ่งที่ทำให้ตัวเลขรวมออกมาคุ้ม

ขั้นตอนการทำงานของเรา

การวิเคราะห์สารตั้งต้น เริ่มจากวิเคราะห์ว่าสารสกัดปัจจุบันมีอะไรอยู่บ้างและในสัดส่วนเท่าไร ขั้นนี้จำเป็นเพราะเราต้องรู้ว่ากำลังแยกอะไรออกจากอะไร ลูกค้าที่มีผลวิเคราะห์อยู่แล้วช่วยประหยัดเวลาขั้นนี้ได้

การออกแบบลำดับการแยก กำหนดว่าจะใช้เทคนิคใดเรียงอย่างไร พร้อมประเมินอัตราการสูญเสียในแต่ละขั้น ตัวเลขนี้เราแจ้งให้ทราบก่อนเริ่มงาน เพราะกระทบต้นทุนต่อกิโลกรัมโดยตรง

การทดลองรอบเล็ก ทดลองกับปริมาณน้อยก่อนเพื่อยืนยันว่าลำดับที่ออกแบบไว้ให้ผลตามที่คาด และเพื่อวัดอัตราการสูญเสียจริง ขั้นนี้ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดหากทำทั้งลอตแล้วผลไม่เป็นไปตามแผน

การผลิตจริง ดำเนินตามลำดับที่ผ่านการทดลอง พร้อมเก็บตัวอย่างระหว่างขั้นเพื่อติดตามว่าค่าขยับตามที่คาดหรือไม่

การวิเคราะห์ยืนยันและควบคุมตัวทำละลาย วิเคราะห์ค่าสุดท้าย และหากมีการใช้ตัวทำละลายอินทรีย์ในกระบวนการ ตรวจยืนยันปริมาณตกค้างให้อยู่ในเกณฑ์สากลก่อนส่งมอบ (International Council for Harmonisation of Technical Requirements for Pharmaceuticals for Human Use, 2021)

สิ่งที่คุณต้องเตรียม

สารสกัดตั้งต้น พร้อมผลวิเคราะห์ปัจจุบันหากมี ค่าเป้าหมายที่ต้องการและเหตุผลว่าเป็นข้อกำหนดจากใคร เพราะถ้าเป็นข้อกำหนดจากลูกค้าปลายทาง เราอาจช่วยเจรจาปรับสเปกให้เหมาะสมกว่าได้

บริการทำให้บริสุทธิ์และเพิ่มความเข้มข้น (Purification & Concentration Service) — ภาพประกอบที่ 2

ปริมาณตั้งต้นขั้นต่ำต่อรอบที่เราแจ้งให้ทราบหลังประเมินงาน และข้อจำกัดเรื่องตัวทำละลายที่ใช้ได้ตามข้อกำหนดของตลาดปลายทาง เพราะตลาดบางแห่งไม่ยอมรับตัวทำละลายบางกลุ่มแม้จะกำจัดออกหมดแล้วก็ตาม

สิ่งที่คุณจะได้รับ

สารสกัดที่ผ่านการทำให้บริสุทธิ์ตามค่าเป้าหมาย ใบรายงานผลวิเคราะห์ก่อนและหลังเพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน รายงานอัตราการสูญเสียระหว่างกระบวนการสำหรับใช้คำนวณต้นทุนจริง และคำแนะนำว่าค่าที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ของคุณควรอยู่ที่เท่าไร

สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาต้องทำให้บริสุทธิ์

ลูกค้าจำนวนหนึ่งถามว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าถึงจุดที่ต้องใช้บริการนี้แล้ว เรามีสัญญาณสี่ข้อที่ใช้ตัดสิน

บริการทำให้บริสุทธิ์และเพิ่มความเข้มข้น (Purification & Concentration Service) — ภาพประกอบที่ 3

สัญญาณที่หนึ่ง ผู้ซื้อส่งสเปกมาแล้วของคุณไม่ถึง เป็นสัญญาณที่ชัดที่สุดและไม่ต้องตีความ กรณีนี้คำถามเหลือแค่ว่าต้นทุนในการยกค่าให้ถึงคุ้มกับมูลค่าของดีลหรือไม่

สัญญาณที่สอง ปริมาณที่ต้องใส่ในสูตรมากเกินกว่าที่รูปแบบผลิตภัณฑ์รองรับ เช่น ต้องใส่ผงหนึ่งกรัมต่อแคปซูลเพื่อให้ได้ปริมาณสารตามต้องการ ซึ่งเกินกว่าที่แคปซูลขนาดมาตรฐานบรรจุได้ กรณีนี้ทางเลือกมีสองทาง คือทำให้เข้มข้นขึ้น หรือให้ผู้บริโภคกินหลายเม็ดต่อครั้ง ซึ่งทางหลังกระทบทั้งต้นทุนและความสะดวก

สัญญาณที่สาม สูตรขุ่นหรือมีตะกอนเพราะต้องใส่ปริมาณมาก พบมากในเครื่องดื่มและเซรั่ม สารที่ไม่ใช่สารเป้าหมายในสารสกัดหยาบคือสิ่งที่ทำให้ขุ่น ยิ่งใส่มากยิ่งขุ่นมาก การเพิ่มความเข้มข้นจึงลดปริมาณที่ต้องใส่และลดความขุ่นไปพร้อมกัน

สัญญาณที่สี่ ต้นทุนค่าขนส่งและค่าเก็บสูงเกินสัดส่วน เพราะน้ำหนักส่วนใหญ่ที่คุณจ่ายค่าขนส่งคือสารที่ไม่ได้ต้องการ สำหรับงานที่ส่งออก ค่าขนส่งต่อกิโลกรัมสูงพอที่การทำให้เข้มข้นขึ้นจะคืนทุนได้จากค่าขนส่งอย่างเดียว

หากไม่เข้าสัญญาณใดเลย เราแนะนำให้ใช้สารสกัดหยาบต่อไป เพราะเป็นทางเลือกที่ประหยัดกว่าและสารประกอบรองที่ยังอยู่บางครั้งมีส่วนช่วยเรื่องความคงตัว

ระดับความบริสุทธิ์ที่ตลาดปลายทางต้องการจริง

คำถามที่เราถามกลับเสมอเมื่อลูกค้าขอสารสกัดที่บริสุทธิ์ที่สุด คือบริสุทธิ์เพื่ออะไร เพราะระดับความบริสุทธิ์ที่เหมาะสมไม่ได้กำหนดโดยความสามารถของเครื่องมือ แต่กำหนดโดยสิ่งที่ปลายทางต้องการและยอมจ่าย

สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแคปซูลหรือเม็ด สารสกัดที่ปรับมาตรฐานให้สารสำคัญอยู่ในช่วงที่กำหนดได้ มักเพียงพอแล้ว การไล่ให้บริสุทธิ์สูงกว่านั้นเพิ่มต้นทุนโดยที่ผู้บริโภคไม่ได้รับรู้ความต่าง สำหรับเครื่องดื่มหรือผลิตภัณฑ์ใส ความบริสุทธิ์มีความหมายเพิ่มขึ้น เพราะสารที่ไม่ต้องการมักเป็นตัวที่ทำให้ขุ่น ตกตะกอน หรือเปลี่ยนสีระหว่างเก็บ ส่วนในเครื่องสำอาง เกณฑ์มักอยู่ที่กลิ่น สี และการไม่ระคายเคือง มากกว่าตัวเลขความบริสุทธิ์บนเอกสาร

ระดับที่ต้องการความบริสุทธิ์สูงจริง ๆ คือกรณีที่สารนั้นจะถูกใช้เป็นสารอ้างอิงในการวิเคราะห์ กรณีที่ต้องยื่นเป็นวัตถุดิบใหม่ต่อหน่วยงานกำกับดูแล และกรณีที่ปลายทางเป็นงานวิจัยซึ่งต้องตัดตัวแปรรบกวนออกให้หมด สามกรณีนี้ยอมรับต้นทุนที่สูงขึ้นมากได้ เพราะปริมาณที่ใช้น้อยและมูลค่าต่อหน่วยสูง

สิ่งที่เราแนะนำเสมอคือให้กำหนดเกณฑ์จากข้อกำหนดของผู้ซื้อปลายทางเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่จากตัวเลขที่ฟังดูน่าประทับใจ ลูกค้าหลายรายมาหาเราพร้อมความต้องการที่สูงเกินจำเป็นไปมาก และเมื่อเราย้อนถามว่าใครเป็นคนกำหนดตัวเลขนี้ คำตอบมักคือไม่มีใคร แต่คิดว่ายิ่งสูงยิ่งดี การปรับเกณฑ์ให้ตรงกับความจริงในกรณีเหล่านี้ ประหยัดต้นทุนได้มากกว่าการต่อรองราคาใด ๆ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: เข้มข้นสูงแล้วจะดีกว่าเสมอไหม

A: ไม่จำเป็น บางสูตรมีข้อจำกัดเรื่องการละลาย รสชาติ หรือความคงตัวที่ทำให้ค่าสูงเกินไปกลับใช้งานยาก และสารที่บริสุทธิ์มากบางชนิดคงตัวน้อยกว่าสารที่ยังมีสารประกอบรองห่อหุ้มอยู่ เราพิจารณาร่วมกับรูปแบบผลิตภัณฑ์ปลายทางเสมอ

Q: ยกจาก 20% ไป 50% ราคาเพิ่มขึ้นกี่เท่า

A: ไม่มีสูตรตายตัว เพราะขึ้นกับว่าสารที่ปนอยู่แยกยากแค่ไหน สารเป้าหมายบางตัวยกได้ง่ายเพราะคุณสมบัติต่างจากสิ่งที่ปนชัดเจน บางตัวยากมาก เราให้ตัวเลขหลังจากวิเคราะห์สารตั้งต้นแล้วเท่านั้น ไม่ประเมินจากชื่อพืช

Q: ทำแล้วเปอร์เซ็นต์ไม่ถึงเป้าจะเป็นอย่างไร

A: เราแจ้งช่วงที่คาดว่าจะทำได้ตั้งแต่หลังรอบทดลอง หากประเมินแล้วว่าไม่ถึงเป้าที่คุณต้องการ เราบอกก่อนเริ่มผลิตจริง พร้อมเสนอทางเลือกว่าจะปรับสเปกลง เปลี่ยนวัตถุดิบตั้งต้น หรือยอมรับต้นทุนที่สูงขึ้น

Q: ส่งสารสกัดจากผู้ผลิตรายอื่นมาทำให้บริสุทธิ์ได้ไหม

A: ได้ แต่ต้องมีข้อมูลว่าสารสกัดนั้นผลิตด้วยวิธีใดและใช้ตัวทำละลายอะไร เพราะกระทบการเลือกเทคนิคและกระทบเอกสารที่เราจะออกให้ได้

Q: ใช้เวลาเท่าไร

A: ขึ้นกับจำนวนขั้นตอนที่ต้องใช้และค่าเป้าหมาย หากต้องเดินรอบทดลองก่อนจะใช้เวลาเพิ่มขึ้น เราระบุจำนวนวันทำการไว้ในใบเสนอราคา

ก้าวต่อไป

ส่งผลวิเคราะห์ปัจจุบันและค่าที่ต้องการ มาที่ info@zubbbiotech.com หรือ LINE @zubbbiotech เราจะประเมินความเป็นไปได้ อัตราการสูญเสียที่คาดว่าจะเกิด และต้นทุนต่อกิโลกรัมของสารสกัดสุดท้าย กลับให้โดยเร็วที่สุด

ติดต่อสอบถามและขอใบเสนอราคา

ส่งรายละเอียดงานของคุณมาได้ที่ ติดต่อเรา หรือ LINE @zubbbiotech · โทร 089-056-5651 · 097-297-1777 · อีเมล info@zubbbiotech.com

แหล่งอ้างอิง (References)

  1. International Council for Harmonisation of Technical Requirements for Pharmaceuticals for Human Use. (2021). Impurities: Guideline for residual solvents Q3C(R8).

สอบถามเกี่ยวกับ บริการทำให้บริสุทธิ์และเพิ่มความเข้มข้น (Purification & Concentration Service)

หากคุณมีคำถามหรือต้องการรับคำปรึกษาเกี่ยวกับ บริการทำให้บริสุทธิ์และเพิ่มความเข้มข้น (Purification & Concentration Service) คุณสามารถติดต่อเราได้ผ่านแบบฟอร์มติดต่อด้านล่าง

"*" indicates required fields

This field is for validation purposes and should be left unchanged.