บริการฟอกสีและลดความเข้มของสี (Decolorization Service)
เมื่อสีของสารสกัดขวางไม่ให้สูตรออกมาอย่างที่ตั้งใจ
คำถามที่ทีมขายของเราได้ยินเกือบทุกสัปดาห์
"สารสกัดตัวนี้ทำให้สีอ่อนกว่านี้ได้ไหม"
คำถามนี้มาจากลูกค้าสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือแบรนด์เครื่องสำอางที่ต้องการทำครีมสีขาวหรือเซรั่มเนื้อใส แต่สารสกัดสมุนไพรที่เลือกมามีสีน้ำตาลเข้มหรือเขียวเข้ม เมื่อใส่ในสูตรแล้วครีมออกมาเป็นสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งดูไม่ตรงกับภาพที่วางไว้ในแบรนด์
กลุ่มที่สองคือแบรนด์อาหารเสริมที่ทำเครื่องดื่มชง ซึ่งสีเข้มทำให้ผลิตภัณฑ์ดูเหมือนยาสมุนไพรมากกว่าเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
ทั้งสองกรณีเป็นปัญหาจริงที่กระทบการขาย และมีทางแก้ แต่ทางแก้มีต้นทุนที่ต้องเข้าใจก่อนตัดสินใจ
ทำไมสารสกัดถึงมีสี
สีในสารสกัดมาจากสามกลุ่มหลัก
คลอโรฟิลล์ ให้สีเขียว มาจากส่วนใบและลำต้นของพืช เป็นสารที่ไม่ใช่สารเป้าหมายในเกือบทุกงาน จึงเป็นกลุ่มที่แยกออกได้โดยไม่กระทบคุณค่าของสารสกัด
สารกลุ่มโพลีฟีนอลที่ผ่านออกซิเดชัน ให้สีน้ำตาล เกิดขึ้นระหว่างการเก็บเกี่ยว การอบแห้ง และการสกัด เมื่อสารสัมผัสอากาศ กลุ่มนี้ซับซ้อนกว่า เพราะสารตั้งต้นบางส่วนคือสารที่คุณต้องการ
สารสีที่เป็นสารสำคัญเอง เช่น เคอร์คูมินอยด์ที่ให้สีเหลืองส้ม แอนโธไซยานินที่ให้สีม่วงแดง และแคโรทีนอยด์ที่ให้สีส้ม กลุ่มนี้คือกรณีที่ตอบยากที่สุด เพราะการเอาสีออกคือการเอาสารสำคัญออกไปด้วย
การรู้ว่าสีในสารสกัดของคุณมาจากกลุ่มไหน จึงเป็นคำถามแรกที่ต้องตอบก่อนคุยเรื่องราคา
สิ่งที่ต้องแลก และเราบอกก่อนเสมอ
เปอร์เซ็นต์สารสำคัญลดลง เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแทบทุกครั้ง เพราะกระบวนการฟอกสีทำงานโดยจับสารที่มีโครงสร้างวงแหวนซึ่งเป็นโครงสร้างเดียวกับที่ทำให้เกิดสี และสารสำคัญหลายชนิดก็มีโครงสร้างแบบนั้น

ในทางปฏิบัติหมายความว่า ยิ่งฟอกให้สีอ่อนลงมาก สารสำคัญยิ่งหายไปมาก เราวิเคราะห์ก่อนและหลังทุกครั้งเพื่อรายงานตัวเลขจริง ไม่ใช่ประเมิน
กลิ่นและรสเปลี่ยน สารที่ให้สีมักเป็นสารกลุ่มเดียวกับที่ให้กลิ่นและรส การฟอกสีจึงมักทำให้สารสกัดจืดลงและกลิ่นอ่อนลงไปด้วย ซึ่งบางครั้งเป็นผลพลอยได้ที่ดี และบางครั้งเป็นการสูญเสียเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์
ต้นทุนเพิ่มขึ้นและได้ปริมาณน้อยลง ทั้งจากค่ากระบวนการและจากสารที่ติดไปกับส่วนที่ถูกแยกออก
อาจกระทบการเคลมความเป็นธรรมชาติ ขึ้นกับวิธีและวัสดุที่ใช้ ซึ่งเราแจ้งให้ทราบตั้งแต่ต้นว่าวิธีที่เสนอกระทบข้อนี้หรือไม่
ทางเลือกที่มักดีกว่าการฟอกสี
ก่อนเสนอการฟอกสี เราจะถามคำถามชุดหนึ่งก่อนเสมอ เพราะในหลายกรณีมีทางแก้ที่ถูกกว่าและไม่สูญเสียสารสำคัญ
ปรับปริมาณที่ใช้ในสูตร ถ้าสารสกัดมีเปอร์เซ็นต์สารสำคัญสูงพอ อาจใช้ปริมาณน้อยลงเพื่อให้ได้ปริมาณสารเท่าเดิม ซึ่งลดสีลงตามสัดส่วนโดยอัตโนมัติ วิธีนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเลย
เปลี่ยนส่วนของพืชที่ใช้ สีเขียวจากคลอโรฟิลล์มาจากใบเป็นหลัก การเปลี่ยนไปใช้รากหรือเหง้าซึ่งมีสารเป้าหมายเหมือนกันอาจได้สารสกัดที่สีอ่อนกว่ามากตั้งแต่ต้น
ปรับวิธีสกัด การเลือกระบบตัวทำละลายที่ดึงคลอโรฟิลล์ออกมาน้อยลงตั้งแต่ขั้นสกัด ทำได้และมักถูกกว่าการมาแยกออกภายหลัง
เปลี่ยนรูปแบบผลิตภัณฑ์ จากครีมสีขาวเป็นครีมสีธรรมชาติที่สื่อสารว่ามาจากสมุนไพรจริง ซึ่งเป็นทางที่บางแบรนด์เลือกและกลายเป็นจุดขายแทน
ห่อหุ้มสารแทนการเอาสีออก ในบางกรณีการกักเก็บสารด้วยไลโปโซมทำให้สีในสูตรจางลงโดยที่สารสำคัญยังอยู่ครบ
เราจะบอกคุณตรง ๆ ถ้าประเมินแล้วว่าทางเลือกใดทางหนึ่งข้างต้นดีกว่า แม้จะหมายความว่าเราได้งานฟอกสีน้อยลงก็ตาม
วิธีที่เราใช้
การดูดซับด้วยถ่านกัมมันต์ (Activated Carbon) เป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้บ่อยที่สุด ถ่านจับสารที่ให้สีไว้แล้วกรองออก ควบคุมระดับได้ด้วยปริมาณถ่านและเวลาสัมผัส ข้อควรระวังคือถ่านจับสารสำคัญไปด้วยหากใช้มากเกินไป
การดูดซับด้วยเรซินแบบเลือกจำเพาะ เลือกจับเฉพาะสารกลุ่มที่ให้สีโดยปล่อยสารเป้าหมายผ่าน วิธีนี้รักษาสารสำคัญได้ดีกว่าแต่ต้นทุนสูงกว่า และต้องพัฒนาสภาวะเฉพาะสำหรับแต่ละงาน
การกรองระดับเมมเบรน แยกตามขนาดโมเลกุล ใช้ได้เมื่อสารที่ให้สีมีขนาดต่างจากสารเป้าหมายชัดเจน เช่น การแยกสารสีโมเลกุลใหญ่ออกจากสารเป้าหมายโมเลกุลเล็ก
การแยกด้วยระบบสองเฟส อาศัยความต่างของการละลาย ใช้เป็นขั้นต้นก่อนวิธีที่ละเอียดกว่า
ขั้นตอนการทำงานของเรา
การวิเคราะห์แหล่งที่มาของสี ระบุว่าสีมาจากกลุ่มใดและสัมพันธ์กับสารเป้าหมายแค่ไหน ขั้นนี้เป็นตัวกำหนดว่างานนี้ทำได้แค่ไหนและควรทำหรือไม่

การกำหนดเป้าหมายสีที่วัดได้ แทนที่จะใช้คำว่าอ่อนลง เรากำหนดเป็นค่าที่วัดได้จริงและตกลงร่วมกัน เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายรู้ว่างานเสร็จเมื่อไร
การทดลองเปรียบเทียบ ทดลองหลายระดับความเข้มข้นในรอบเดียว เพื่อให้คุณเห็นว่าที่ระดับสีต่าง ๆ สารสำคัญเหลือเท่าไร แล้วเลือกจุดที่ยอมรับได้เอง ขั้นนี้คือหัวใจของบริการ เพราะเป็นการตัดสินใจทางธุรกิจไม่ใช่ทางเทคนิค
การผลิตจริงและวิเคราะห์ยืนยัน ดำเนินตามระดับที่คุณเลือก แล้ววิเคราะห์ยืนยันทั้งค่าสีและปริมาณสารสำคัญ
สิ่งที่คุณต้องเตรียม
สารสกัดตั้งต้นพร้อมผลวิเคราะห์ปัจจุบัน ตัวอย่างสีที่ต้องการหรือค่าที่ยอมรับได้ สูตรปลายทางโดยสังเขปเพื่อให้เราประเมินว่าปัญหาแก้ที่สูตรได้หรือไม่ ปริมาณขั้นต่ำต่อรอบที่เราแจ้งให้ทราบหลังประเมินงาน และค่าสารสำคัญขั้นต่ำที่ยอมรับได้หลังฟอกสี ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต้องกำหนดก่อนเริ่ม ไม่ใช่ตัดสินใจหลังเห็นผล
สิ่งที่คุณจะได้รับ
สารสกัดที่ปรับสีตามที่ตกลง ตัวอย่างเปรียบเทียบหลายระดับจากรอบทดลอง ผลวิเคราะห์ปริมาณสารสำคัญก่อนและหลังอย่างชัดเจน ข้อมูลวัสดุที่ใช้ในกระบวนการสำหรับใช้ประกอบเอกสาร และคำแนะนำว่าที่ระดับสีนี้ควรปรับปริมาณใช้ในสูตรเป็นเท่าไร
ลำดับคำถามที่เราถามก่อนเสนอราคา
เพื่อไม่ให้คุณจ่ายค่าฟอกสีโดยไม่จำเป็น เราถามห้าคำถามนี้ตามลำดับ และหยุดทันทีที่เจอคำตอบที่แก้ปัญหาได้โดยไม่ต้องฟอกสี

หนึ่ง สีที่เห็นในสูตรมาจากสารสกัดจริงหรือมาจากส่วนประกอบอื่น บางครั้งสีที่ลูกค้าไม่พอใจมาจากสารอื่นในสูตรหรือจากปฏิกิริยาระหว่างส่วนประกอบ ไม่ใช่จากสารสกัดโดยตรง
สอง ลดปริมาณสารสกัดในสูตรได้ไหม หากสารสกัดมีเปอร์เซ็นต์สารสำคัญสูงพอ การใช้ปริมาณน้อยลงให้ผลเดียวกันและสีจางลงตามสัดส่วน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเลย
สาม ใช้สารสกัดจากส่วนอื่นของพืชได้ไหม สีเขียวจากคลอโรฟิลล์มาจากใบเป็นหลัก การเปลี่ยนไปใช้รากหรือเหง้าที่ให้สารเป้าหมายเหมือนกันอาจได้สารสกัดที่สีอ่อนกว่ามากตั้งแต่ต้น
สี่ ปรับวิธีสกัดตั้งแต่ต้นทางได้ไหม การเลือกระบบตัวทำละลายที่ดึงสารสีออกมาน้อยลง มักถูกกว่าการมาแยกสีออกภายหลัง เพราะไม่ต้องเสียสารเป้าหมายไปกับกระบวนการแยก
ห้า สีเข้มเป็นปัญหาจริงหรือเป็นเรื่องความคุ้นเคย ผลิตภัณฑ์ที่สื่อสารว่ามาจากสมุนไพรจริง สีธรรมชาติที่เข้มกลายเป็นหลักฐานยืนยันได้ บางแบรนด์เปลี่ยนจากการพยายามซ่อนสี มาเป็นการอธิบายว่าทำไมสีจึงเป็นแบบนั้น แล้วได้ผลดีกว่า
หากผ่านครบห้าคำถามแล้วยังจำเป็นต้องฟอกสี เราจึงเสนอราคาและวางแผนการทดลอง
ผลกระทบต่อฉลากและการเคลม ที่ต้องคิดก่อนตัดสินใจ
การฟอกสีไม่ได้เปลี่ยนแค่สีของสารสกัด แต่เปลี่ยนสิ่งที่คุณเขียนบนฉลากได้ด้วย และเป็นประเด็นที่มักถูกนึกถึงหลังจากตัดสินใจไปแล้ว
เรื่องแรกคือรายการส่วนผสม กระบวนการฟอกสีบางวิธีใช้วัสดุดูดซับซึ่งถูกแยกออกทั้งหมดหลังจบกระบวนการ จึงไม่ต้องปรากฏในรายการส่วนผสม แต่บางวิธีใช้สารเคมีที่อาจเหลือตกค้างในระดับที่ต้องรายงาน การเลือกวิธีจึงมีผลโดยตรงต่อความยาวของรายการส่วนผสมบนฉลาก ซึ่งสำคัญมากสำหรับสินค้าที่วางตำแหน่งตัวเองว่ามีส่วนผสมน้อยและเข้าใจง่าย
เรื่องที่สองคือการเคลมว่าเป็นธรรมชาติ คำนี้ไม่มีนิยามที่เป็นกฎหมายเดียวกันทุกตลาด แต่ผู้ซื้อและผู้บริโภคมีความคาดหวังของตัวเอง สารสกัดที่ผ่านการฟอกสีด้วยกระบวนการทางกายภาพ มักยังอธิบายได้อย่างสบายใจ ส่วนสารสกัดที่ผ่านกระบวนการทางเคมีที่รุนแรง อาจถูกตั้งคำถามได้ในบางช่องทางจำหน่าย โดยเฉพาะช่องทางที่มีมาตรฐานภายในของตัวเอง
เรื่องที่สามคือค่าสารสำคัญที่ประกาศบนฉลาก การฟอกสีมักดึงสารบางกลุ่มออกไปพร้อมกับเม็ดสี ทำให้ค่าที่วัดได้หลังฟอกต่ำกว่าก่อนฟอก ถ้าฉลากถูกออกแบบไว้ตามค่าก่อนฟอก คุณจะได้สินค้าที่ค่าจริงไม่ตรงกับที่ประกาศ ซึ่งเป็นความเสี่ยงทางกฎหมายที่ป้องกันได้ง่ายมากเพียงแค่วิเคราะห์หลังกระบวนการก่อนสั่งพิมพ์บรรจุภัณฑ์
เรื่องสุดท้ายคือความสอดคล้องของเรื่องเล่าทางการตลาด แบรนด์ที่สื่อสารว่าสินค้าผ่านกระบวนการน้อยที่สุด แล้วเพิ่มขั้นตอนฟอกสีเข้าไปเพื่อความสวยงาม กำลังสร้างความขัดแย้งในตัวเองที่ผู้บริโภคกลุ่มที่ใส่ใจจะจับได้ ในกรณีแบบนี้ เรามักแนะนำให้เลือกทางที่สื่อสารว่าสีที่แตกต่างกันในแต่ละล็อตคือหลักฐานของความเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นจุดยืนที่แข็งแรงกว่าและไม่มีต้นทุนเพิ่ม
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ฟอกสีแล้วสารสำคัญหายไปเท่าไร
A: ต่างกันตามว่าสีมาจากกลุ่มใด ถ้าเป็นคลอโรฟิลล์ล้วน ๆ สูญเสียน้อยมาก ถ้าสีมาจากสารกลุ่มเดียวกับสารเป้าหมาย สูญเสียมากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรารายงานตัวเลขจริงจากรอบทดลองก่อนให้คุณตัดสินใจ
Q: ทำให้เป็นสีขาวสนิทได้ไหม
A: ในทางปฏิบัติแทบไม่มีสารสกัดจากธรรมชาติที่ทำให้ขาวสนิทได้โดยที่ยังเหลือคุณค่า หากผลิตภัณฑ์ต้องขาวจริง ๆ ควรพิจารณาปรับสูตรหรือใช้สารสกัดที่สีอ่อนตั้งแต่ต้นแทน
Q: กระทบการเคลมว่าเป็นธรรมชาติไหม
A: ขึ้นกับวิธีและวัสดุที่ใช้ รวมถึงข้อกำหนดของมาตรฐานรับรองที่คุณใช้ เราแจ้งให้ทราบก่อนว่าวิธีที่เสนอกระทบข้อนี้หรือไม่ และเสนอทางเลือกหากมีข้อจำกัด
Q: สีจะกลับมาเข้มขึ้นระหว่างเก็บไหม
A: เป็นไปได้ หากสารที่เหลืออยู่ยังเกิดออกซิเดชันต่อได้ เราแนะนำให้ทดสอบความคงตัวควบคู่หากสีเป็นประเด็นสำคัญของผลิตภัณฑ์ (International Council for Harmonisation of Technical Requirements for Pharmaceuticals for Human Use, 2003)
Q: ใช้เวลากี่วัน
A: แบ่งเป็นสองช่วง คือรอบทดลองเปรียบเทียบ และการผลิตจริงหลังคุณเลือกระดับแล้ว โดยระบุจำนวนวันทำการของแต่ละช่วงไว้ในใบเสนอราคา
ก้าวต่อไป
ส่งตัวอย่างสารสกัดและบอกเราว่าผลิตภัณฑ์ปลายทางต้องการสีแบบไหน มาที่ info@zubbbiotech.com หรือ LINE @zubbbiotech เราจะวิเคราะห์ว่าสีมาจากกลุ่มใด ประเมินว่าฟอกสีคุ้มหรือควรแก้ที่สูตรแทน และเสนอทางเลือกพร้อมกรอบราคากลับให้โดยเร็วที่สุด
ติดต่อสอบถามและขอใบเสนอราคา
ส่งรายละเอียดงานของคุณมาได้ที่ ติดต่อเรา หรือ LINE @zubbbiotech · โทร 089-056-5651 · 097-297-1777 · อีเมล info@zubbbiotech.com
แหล่งอ้างอิง (References)
- International Council for Harmonisation of Technical Requirements for Pharmaceuticals for Human Use. (2003). Stability testing of new drug substances and products Q1A(R2).