บริการสกัดด้วยเอทานอล (Ethanol Extraction Service)
วิธีมาตรฐานที่ครอบคลุมงานสมุนไพรได้กว้างที่สุด
เมื่อการกลั่นช่วยคุณไม่ได้
สมมติว่าคุณอ่านงานวิจัยเรื่องสารตัวหนึ่งในสมุนไพรไทยมาแล้ว เห็นว่ามีข้อมูลรองรับน่าสนใจ และอยากทำเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์ของตัวเอง คุณติดต่อโรงงานกลั่นน้ำมันหอมระเหยเพราะเป็นชื่อที่หาเจอก่อน แล้วได้คำตอบว่าทำไม่ได้
เหตุผลไม่ใช่เพราะโรงงานไม่มีความสามารถ แต่เพราะสารที่คุณต้องการไม่ระเหย การกลั่นด้วยไอน้ำใช้ได้เฉพาะกับสารที่ระเหยไปกับไอน้ำได้เท่านั้น ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเล็กมากของสารออกฤทธิ์ทั้งหมดในพืช
สารส่วนใหญ่ที่งานวิจัยด้านสุขภาพและความงามพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) โพลีฟีนอล (Polyphenols) แอลคาลอยด์ (Alkaloids) หรือแซโปนิน (Saponins) ล้วนเป็นสารที่ไม่ระเหย ต้องใช้ตัวทำละลายเป็นตัวพาออกมาจากเนื้อพืช และตัวทำละลายที่เป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรมนี้คือเอทานอล
บริการสกัดด้วยเอทานอลจึงเป็นบริการหลักของโรงงานสารสกัด และเป็นบริการที่ครอบคลุมงานได้กว้างที่สุด ไม่ว่าคุณจะทำผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง หรือผลิตวัตถุดิบเพื่อขายต่อให้โรงงานอื่น
ทำไมเอทานอลจึงเป็นตัวทำละลายมาตรฐาน
เหตุผลข้อแรกเป็นเรื่องเคมี โมเลกุลของเอทานอลมีสองด้าน ด้านหนึ่งชอบน้ำ อีกด้านหนึ่งไม่ชอบน้ำ คุณสมบัติกึ่งกลางนี้ทำให้มันละลายสารได้หลากหลายกลุ่มกว่าน้ำเพียงอย่างเดียว และกว้างกว่าตัวทำละลายที่ไม่ชอบน้ำล้วน ๆ
เหตุผลข้อที่สองสำคัญกว่าในทางธุรกิจ คือเอทานอลเป็นตัวทำละลายที่ได้รับการยอมรับในผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องสำอางในเกือบทุกตลาด การใช้เอทานอลจึงทำให้การขึ้นทะเบียนและการส่งออกทำได้ตรงไปตรงมา ต่างจากตัวทำละลายบางกลุ่มที่มีข้อจำกัดเข้มงวดหรือถูกปฏิเสธในบางตลาด
เหตุผลข้อที่สามคือความยืดหยุ่น การปรับสัดส่วนเอทานอลต่อน้ำเป็นเครื่องมือควบคุมที่ทรงพลังกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด ระบบที่มีเอทานอลสัดส่วนสูงจะดึงสารกลุ่มไม่ชอบน้ำออกมามาก ส่วนระบบที่มีน้ำสัดส่วนสูงจะดึงสารกลุ่มชอบน้ำ เช่น น้ำตาลและโพลีแซ็กคาไรด์ ออกมามากขึ้น การเลือกสัดส่วนจึงเป็นการตัดสินใจว่าคุณอยากได้อะไรและไม่อยากได้อะไรติดมาด้วย
ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดคือ ถ้าคุณต้องการสารสกัดที่เข้มข้นในสารกลุ่มฟีนอลิกโดยไม่อยากให้มีน้ำตาลติดมามาก เพราะน้ำตาลจะทำให้ผงเหนียวในขั้นอบแห้ง การเลือกสัดส่วนเอทานอลที่สูงขึ้นตั้งแต่ขั้นสกัดจะช่วยแก้ปัญหาที่จะเกิดในขั้นถัดไปได้ตั้งแต่ต้น นี่คือเหตุผลที่เราถามเสมอว่าปลายทางของสารสกัดนี้คืออะไร
ขั้นตอนการทำงานของเรา
การเตรียมวัตถุดิบ คือขั้นที่มีผลต่อประสิทธิภาพมากที่สุดและถูกมองข้ามบ่อยที่สุด วัตถุดิบต้องอบแห้งจนความชื้นลงถึงระดับที่เหมาะสม เพราะน้ำที่เหลืออยู่จะไปเจือจางระบบตัวทำละลายและเปลี่ยนสัดส่วนที่เราตั้งใจไว้ จากนั้นต้องบดให้ได้ขนาดอนุภาคที่พอเหมาะ ใหญ่เกินไปตัวทำละลายเข้าไม่ถึงเนื้อใน เล็กเกินไปวัตถุดิบจะอัดแน่นและกรองยาก

การกำหนดระบบตัวทำละลาย เราเลือกสัดส่วนเอทานอลต่อน้ำ อุณหภูมิ ระยะเวลา และจำนวนรอบการสกัด ให้เหมาะกับกลุ่มสารเป้าหมาย สำหรับสารบางกลุ่มยังต้องปรับความเป็นกรดด่างของระบบด้วย โดยเฉพาะสารกลุ่มแอลคาลอยด์ซึ่งเปลี่ยนรูปตามความเป็นกรดด่างและละลายได้ต่างกันในแต่ละรูป
การสกัด ทำในระบบปิดเพื่อควบคุมการระเหยและความปลอดภัย พร้อมควบคุมอุณหภูมิไม่ให้สูงเกินกว่าที่สารเป้าหมายทนได้ สารบางกลุ่มสกัดได้ดีที่อุณหภูมิห้อง บางกลุ่มต้องการความร้อนช่วย ซึ่งเราตั้งค่าตามชนิดสาร ไม่ใช้ค่าเดียวกับทุกงาน
การกรองและระเหยตัวทำละลาย แยกกากออกจากสารละลาย แล้วระเหยเอทานอลออกภายใต้ความดันต่ำ การใช้ความดันต่ำทำให้เอทานอลระเหยที่อุณหภูมิต่ำกว่าปกติ จึงลดความร้อนที่สารสำคัญต้องเจอ เอทานอลที่ระเหยออกมาถูกควบแน่นกลับและนำไปใช้ใหม่ในระบบ
การควบคุมตัวทำละลายตกค้าง เป็นขั้นที่ตัดสินว่าสารสกัดของคุณจะผ่านการตรวจของผู้ซื้อหรือไม่ เราระเหยจนค่าอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ตามมาตรฐานสากล (International Council for Harmonisation of Technical Requirements for Pharmaceuticals for Human Use, 2021) แล้วตรวจยืนยันด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ ไม่ใช่ประเมินจากเวลาที่ใช้ระเหย
การส่งมอบหรือส่งต่อ คุณเลือกได้ว่าจะรับมอบเป็นสารสกัดข้น หรือให้เราส่งต่อเข้ากระบวนการทำให้เป็นผงในโรงงานเดียวกัน ซึ่งประหยัดทั้งเวลาและค่าขนส่งเมื่อเทียบกับการย้ายไปทำที่อื่น
สารกลุ่มไหนที่วิธีนี้ทำได้ดี
ฟลาโวนอยด์ เป็นกลุ่มที่กว้างที่สุดและพบในพืชแทบทุกชนิด สารอย่างเควอซิทินและรูทินอยู่ในกลุ่มนี้ ใช้ทั้งในอาหารเสริมและเครื่องสำอาง สกัดด้วยเอทานอลได้ผลดีและเป็นวิธีที่งานวิจัยส่วนใหญ่ใช้ ทำให้เทียบผลกับงานวิจัยได้ง่าย
โพลีฟีนอลและแทนนิน พบมากในเปลือกและใบ เป็นกลุ่มที่ตลาดเครื่องสำอางให้ความสนใจ สัดส่วนเอทานอลที่ใช้มีผลต่อสัดส่วนของสารกลุ่มย่อยที่ได้ค่อนข้างมาก
เคอร์คูมินอยด์ จากขมิ้นชันและพืชวงศ์ขิง เป็นกลุ่มที่ไม่ละลายน้ำ จึงต้องใช้เอทานอลสัดส่วนสูง และมักตามด้วยขั้นตอนทำให้บริสุทธิ์เพื่อยกเปอร์เซ็นต์ให้ถึงระดับที่ตลาดต้องการ
แอลคาลอยด์ เป็นกลุ่มที่ต้องการความละเอียดมากที่สุดเพราะต้องคุมความเป็นกรดด่างตลอดกระบวนการ และหลายชนิดอยู่ในข่ายพืชควบคุมตามกฎหมาย ซึ่งเราตรวจสอบสถานะให้ก่อนรับงานเสมอ ทั้งตามกฎหมายว่าด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพร (พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562, 2562) และตามพันธกรณีเรื่องการเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพ (Secretariat of the Convention on Biological Diversity, 2011)
แซโปนิน จากรากและเหง้าหลายชนิด เป็นกลุ่มที่ทำให้เกิดฟองในสารละลาย ซึ่งเป็นทั้งคุณสมบัติที่ต้องการในบางผลิตภัณฑ์และเป็นปัญหาในขั้นตอนการผลิตบางแบบ
เรื่องอัตราส่วนสกัดที่ลูกค้าเข้าใจผิดบ่อยที่สุด
เมื่อพูดถึงสารสกัด ตัวเลขที่พบบ่อยที่สุดคืออัตราส่วนแบบ 10:1 หรือ 20:1 ซึ่งหมายถึงใช้วัตถุดิบแห้ง 10 หรือ 20 ส่วน ได้สารสกัด 1 ส่วน
ความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นคือคิดว่าตัวเลขนี้บอกความแรงของสารสกัด ความจริงมันบอกแค่ว่ามีการทำให้เข้มข้นขึ้นกี่เท่าโดยน้ำหนัก แต่ไม่ได้บอกว่าสิ่งที่เข้มข้นขึ้นคือสารที่คุณต้องการหรือสารอื่นที่ติดมา สารสกัด 20:1 จากกระบวนการที่ไม่ได้เลือกสารอาจมีสารสำคัญน้อยกว่าสารสกัด 10:1 จากกระบวนการที่ออกแบบมาดีก็ได้
ตัวเลขที่บอกความแรงจริงคือเปอร์เซ็นต์สารสำคัญ ซึ่งต้องมาจากการวิเคราะห์และต้องระบุวิธีวิเคราะห์กำกับเสมอ เพราะวิธีต่างกันให้ค่าต่างกัน การเทียบราคาสารสกัดจากผู้ขายสองรายโดยดูแค่อัตราส่วนสกัดจึงเป็นการเทียบที่ไม่มีความหมาย
เราระบุทั้งสองตัวเลขในเอกสารเสมอ พร้อมวิธีวิเคราะห์ที่ใช้ เพื่อให้คุณเอาไปเทียบกับเจ้าอื่นได้อย่างเป็นธรรม และเพื่อให้ลูกค้าปลายทางของคุณตรวจสอบได้
สิ่งที่คุณต้องเตรียม
เริ่มจากชื่อพืช ส่วนที่ใช้ และแหล่งที่มา ยิ่งข้อมูลละเอียดยิ่งประเมินได้แม่น หากทราบชื่อวิทยาศาสตร์จะช่วยได้มากเพราะตัดปัญหาเรื่องชื่อไทยที่ใช้เรียกหลายสปีชีส์

ต่อมาคือสารเป้าหมาย ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่าควรกำหนดสารตัวไหนเป็นตัวชี้วัด เราช่วยกำหนดให้จากข้อมูลงานวิจัย จากเภสัชตำรับสมุนไพรไทย (กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, 2564) และจากมาตรฐานที่ใช้กันในตลาดปลายทางของคุณ นี่เป็นบริการที่รวมอยู่ในขั้นประเมิน ไม่คิดแยก
หากมีข้อกำหนดเรื่องเปอร์เซ็นต์สารสำคัญจากลูกค้าปลายทาง ส่งมาให้เราตั้งแต่ต้น เพราะเป็นตัวกำหนดว่าต้องมีขั้นตอนทำให้บริสุทธิ์เพิ่มหรือไม่ ซึ่งกระทบทั้งราคาและระยะเวลา
ปริมาณวัตถุดิบขั้นต่ำต่อรอบเราแจ้งให้ทราบหลังประเมินงาน และควรระบุรูปแบบที่ต้องการรับมอบ ว่าเป็นของเหลวข้นหรือผงแห้ง เพราะกระทบทั้งราคาและการวางแผนสายการผลิตของคุณ
สิ่งที่คุณจะได้รับ
สารสกัดตามรูปแบบที่ตกลง พร้อมข้อมูลอัตราส่วนสกัดที่ได้จริง ใบรายงานผลวิเคราะห์รายลอตที่ระบุปริมาณสารสำคัญ วิธีวิเคราะห์ ความชื้น และตัวทำละลายตกค้าง

นอกจากนั้นเราส่งข้อมูลกระบวนการผลิตโดยสังเขปให้ด้วย ซึ่งเป็นเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการยื่นขออนุญาต และเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อระดับองค์กรมักขอดูก่อนตัดสินใจ พร้อมคำแนะนำการเก็บรักษาและอายุการเก็บที่ประเมินได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: สารสกัดจะมีกลิ่นและรสของสมุนไพรติดมาด้วยไหม
A: โดยทั่วไปมี และมักเป็นเหตุผลที่ลูกค้าใช้บริการปกปิดรสขมและกลิ่นต่อในขั้นถัดไป โดยเฉพาะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องดื่ม การวางแผนเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ต้นประหยัดกว่าการมาแก้ทีหลังเมื่อผลิตเสร็จแล้ว
Q: เปอร์เซ็นต์สารสำคัญยิ่งสูงยิ่งดีไหม
A: ไม่เสมอไป ค่าที่สูงขึ้นแลกมาด้วยต้นทุนที่เพิ่มแบบไม่เป็นเส้นตรง และบางสูตรมีข้อจำกัดเรื่องการละลายหรือรสชาติที่ทำให้ค่าสูงเกินไปกลับใช้งานยาก เราช่วยกำหนดค่าที่พอดีกับผลิตภัณฑ์ของคุณ ไม่ใช่ค่าที่สูงที่สุดที่ทำได้
Q: มีวัตถุดิบเองอยู่แล้ว จ้างเฉพาะขั้นสกัดได้ไหม
A: ได้ และเป็นรูปแบบที่ลูกค้าจำนวนมากเลือก วัตถุดิบต้องผ่านการตรวจรับตามเกณฑ์ของเราก่อน เพราะสิ่งที่เราตรวจได้คือขอบเขตของสิ่งที่ใบรายงานผลจะรับรองได้
Q: เอทานอลตกค้างในสารสกัดเป็นอันตรายไหม
A: หากอยู่ในเกณฑ์ที่มาตรฐานสากลกำหนดถือว่ายอมรับได้ และเป็นค่าที่เราควบคุมและตรวจยืนยันทุกลอต ปัญหาเกิดเมื่อไม่มีการตรวจและไม่มีเอกสารกำกับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อต่างประเทศตรวจเสมอ พร้อมกับรายการสารปนเปื้อนและสารตกค้างอื่นตามแนวทางสากลสำหรับวัตถุดิบสมุนไพร (World Health Organization, 2007)
Q: ใช้เวลากี่วัน
A: นับเป็นวันทำการต่อรอบ หากต้องมีขั้นตอนทำให้บริสุทธิ์เพิ่มจะใช้เวลาเพิ่มขึ้น ส่วนการวิเคราะห์นับแยกอีกส่วนหนึ่ง เราระบุกำหนดเวลาทุกขั้นไว้ในใบเสนอราคา
Q: ทำลอตทดลองก่อนได้ไหม
A: ได้ และแนะนำสำหรับพืชที่ยังไม่เคยผ่านกระบวนการนี้ เพราะจะได้ทราบอัตราส่วนสกัดจริง เปอร์เซ็นต์สารสำคัญที่ทำได้ และคุณสมบัติของสารสกัด ก่อนจะตัดสินใจสั่งผลิตเต็มลอต
ก้าวต่อไป
ส่งชื่อพืชและเป้าหมายการใช้งานมาที่ info@zubbbiotech.com หรือ LINE @zubbbiotech เราจะเสนอระบบตัวทำละลายที่เหมาะสม ช่วงเปอร์เซ็นต์สารสำคัญที่คาดว่าจะทำได้ และกรอบราคาพร้อมระยะเวลากลับให้โดยเร็วที่สุด หากคุณยังไม่มีวัตถุดิบ เราให้บริการจัดหาวัตถุดิบพร้อมเอกสารแหล่งที่มาได้ในโครงการเดียวกัน
ติดต่อสอบถามและขอใบเสนอราคา
ส่งรายละเอียดงานของคุณมาได้ที่ ติดต่อเรา หรือ LINE @zubbbiotech · โทร 089-056-5651 · 097-297-1777 · อีเมล info@zubbbiotech.com
แหล่งอ้างอิง (References)
- กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์. (2564). เภสัชตำรับสมุนไพรไทย ฉบับ พ.ศ. 2564 [Thai herbal pharmacopoeia 2021]. สำนักยาและวัตถุเสพติด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์.
- พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562. (2562, 30 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา, 136(ตอนที่ 56 ก), 1–29.
- International Council for Harmonisation of Technical Requirements for Pharmaceuticals for Human Use. (2021). Impurities: Guideline for residual solvents Q3C(R8).
- Secretariat of the Convention on Biological Diversity. (2011). Nagoya Protocol on access to genetic resources and the fair and equitable sharing of benefits arising from their utilization to the Convention on Biological Diversity. United Nations.
- World Health Organization. (2007). WHO guidelines for assessing quality of herbal medicines with reference to contaminants and residues.