บริการที่ปรึกษาการเลือกสารสกัดสำหรับแบรนด์ (Ingredient Selection Consulting Service)
เลือกให้ถูกตั้งแต่ต้น ถูกกว่าแก้ทีหลัง
ความผิดพลาดที่แพงที่สุดเกิดขึ้นก่อนเริ่มผลิต
ในบรรดาความผิดพลาดที่เราเห็นจากลูกค้า ความผิดพลาดที่แพงที่สุดไม่ได้เกิดในโรงงาน แต่เกิดตอนที่ยังไม่มีอะไรเลยนอกจากไอเดีย
คือการเลือกสารผิดตั้งแต่แรก
รูปแบบที่พบบ่อยมีสามแบบ แบบแรกคือเลือกสารตามกระแส เห็นว่าสารตัวหนึ่งกำลังดังก็ตัดสินใจใช้ โดยไม่ได้ดูว่าสารนั้นเข้ากับรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ตั้งใจทำหรือไม่ แล้วมาพบภายหลังว่าใส่ในสูตรแล้วขุ่น ตกตะกอน หรือขมจนดื่มไม่ได้
แบบที่สองคือเลือกสารที่มีข้อมูลวิจัยดี แต่ปริมาณที่งานวิจัยใช้สูงเกินกว่าจะใส่ลงในแคปซูลเดียวได้ หรือสูงจนต้นทุนเกินราคาขายที่วางไว้
แบบที่สามคือเลือกพืชที่มีข้อจำกัดทางกฎหมาย แล้วมาพบตอนจะยื่นขออนุญาตว่าใช้ในผลิตภัณฑ์ประเภทนั้นไม่ได้ หรือต้องขออนุญาตเพิ่มซึ่งใช้เวลาหลายเดือน
ทั้งสามแบบมีสิ่งที่เหมือนกัน คือรู้ตอนที่ลงทุนไปแล้ว และแก้ได้ด้วยการคุยกันไม่กี่ชั่วโมงก่อนเริ่ม
บริการนี้ทำอะไรให้
บริการนี้ไม่ได้ขายสารสกัด แต่ขายการตัดสินใจที่ถูกต้อง และเป็นบริการเดียวของเราที่บางครั้งจบลงด้วยการแนะนำให้คุณไปซื้อสารจากที่อื่น หากนั่นคือคำตอบที่ถูกสำหรับโจทย์ของคุณ
เหตุผลที่เราให้บริการแบบนี้ตรงไปตรงมา ลูกค้าที่ได้รับคำแนะนำที่ซื่อสัตย์ในครั้งแรกมักกลับมาในโครงการถัดไป ส่วนลูกค้าที่ถูกขายของที่ไม่เหมาะไม่กลับมาอีกเลย
กระบวนการทำงาน
ขั้นที่ 1 — เข้าใจโจทย์ทางธุรกิจก่อน

เราเริ่มจากคำถามที่ไม่เกี่ยวกับสารเลย คือผลิตภัณฑ์นี้ขายให้ใคร ราคาขายเท่าไร ขายผ่านช่องทางไหน แข่งกับสินค้าอะไรที่มีอยู่แล้ว และคุณอยากให้ลูกค้ารู้สึกอย่างไรกับสินค้าตัวนี้
คำตอบชุดนี้กำหนดข้อจำกัดทั้งหมด เช่น สินค้าที่ตั้งราคาสองร้อยบาทมีงบวัตถุดิบต่อหน่วยจำกัดชัดเจน สินค้าที่ขายผ่านร้านขายยาต้องการข้อมูลสนับสนุนต่างจากสินค้าที่ขายออนไลน์ และสินค้าที่ต้องส่งออกมีข้อกำหนดเรื่องเอกสารที่กระทบการเลือกสารตั้งแต่ต้น
ขั้นที่ 2 — คัดกรองสารที่เป็นไปได้
จากโจทย์ เราเสนอสารที่ตอบโจทย์ได้หลายตัว พร้อมข้อมูลเปรียบเทียบในสี่มิติ คือข้อมูลงานวิจัยที่รองรับ ความเข้ากันได้กับรูปแบบผลิตภัณฑ์ ต้นทุนต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ และสถานะทางกฎหมาย
เราไม่เสนอสารตัวเดียวแล้วบอกว่าดีที่สุด เพราะการตัดสินใจนี้มีการแลกเปลี่ยนที่คุณควรเห็นและเลือกเอง
ขั้นที่ 3 — ตรวจสอบข้อกำหนดทางกฎหมาย
ตรวจว่าพืชและสารที่เลือกใช้ในผลิตภัณฑ์ประเภทนั้นได้หรือไม่ มีเงื่อนไขปริมาณกำกับหรือเปล่า และอยู่ในข่ายต้องขออนุญาตเพิ่มไหม โดยพิจารณาตามกรอบกฎหมายของแต่ละประเภทผลิตภัณฑ์ (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 293) พ.ศ. 2548, 2549; พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558, 2558; พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562, 2562)
ขั้นนี้เป็นขั้นที่ประหยัดเงินให้ลูกค้าได้มากที่สุด เพราะเป็นการค้นพบปัญหาก่อนที่จะมีต้นทุนใด ๆ เกิดขึ้น
ขั้นที่ 4 — กำหนดสเปกที่พอดี
เมื่อเลือกสารได้แล้ว ยังต้องกำหนดว่าต้องการเปอร์เซ็นต์สารสำคัญเท่าไร ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่กระทบต้นทุนอย่างมาก เราคำนวณย้อนกลับจากปริมาณที่ต้องใส่ในสูตรและจากงบวัตถุดิบต่อหน่วย เพื่อหาจุดที่พอดี แทนที่จะเลือกค่าสูงสุดที่ทำได้
ขั้นที่ 5 — กำหนดขอบเขตการสื่อสารที่ปลอดภัย
สิ่งที่ลูกค้ามักไม่ได้จากผู้ขายสารสกัดคือคำแนะนำว่าพูดอะไรได้และพูดอะไรไม่ได้ เราจัดทำแนวทางให้ว่าข้อมูลที่มีอยู่รองรับการสื่อสารระดับไหน และตรงไหนที่เกินขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต เพื่อให้ทีมการตลาดทำงานได้โดยไม่สร้างความเสี่ยง
รูปแบบการให้บริการ
การให้คำปรึกษาครั้งเดียว เป็นการประชุมพร้อมรายงานสรุปข้อเสนอแนะ เหมาะกับโจทย์ที่ชัดเจนและต้องการคำตอบเร็ว
การให้คำปรึกษาตลอดโครงการ ดูแลตั้งแต่เลือกสาร กำหนดสเปก จนถึงประสานงานกับโรงงานที่ผลิตจริง เหมาะกับแบรนด์ที่ไม่มีทีมเทคนิคของตัวเอง
การทบทวนโครงการที่ติดปัญหา สำหรับกรณีที่คุณเริ่มไปแล้วและเจอปัญหา เราวิเคราะห์ว่าปัญหาอยู่ที่ไหนและมีทางแก้อะไรบ้าง ซึ่งบางครั้งเป็นการเปลี่ยนสาร บางครั้งเป็นการปรับสูตร และบางครั้งเป็นการปรับตำแหน่งสินค้าแทน
การตรวจทานก่อนตัดสินใจซื้อ สำหรับผู้ที่มีข้อเสนอจากผู้ขายหลายรายและต้องการความเห็นที่เป็นกลางว่าข้อเสนอไหนคุ้มที่สุด ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบว่าตัวเลขในเอกสารของแต่ละรายเทียบกันได้จริงหรือไม่
สิ่งที่คุณจะได้รับ
รายงานเปรียบเทียบทางเลือกพร้อมข้อดีข้อเสียของแต่ละตัว ข้อสรุปสถานะทางกฎหมายของสารที่พิจารณา สเปกที่แนะนำพร้อมเหตุผล ประมาณการต้นทุนวัตถุดิบต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ แนวทางการสื่อสารที่อยู่ในกรอบกฎหมาย และรายการคำถามที่ควรถามผู้ขายก่อนตัดสินใจ
คำถามที่เราจะถามในการประชุมครั้งแรก
เพื่อให้คุณเตรียมตัวได้ นี่คือคำถามที่เราถามและเหตุผลว่าทำไมแต่ละข้อสำคัญ

ผลิตภัณฑ์นี้ขายให้ใคร กำหนดทั้งรูปแบบผลิตภัณฑ์ ช่องทาง และระดับข้อมูลที่ต้องมี
ราคาขายปลีกที่ตั้งใจไว้เท่าไร กำหนดงบวัตถุดิบต่อหน่วยซึ่งเป็นข้อจำกัดที่แข็งที่สุดในการเลือกสาร
ขายผ่านช่องทางไหน เพราะสินค้าที่ขายผ่านร้านขายยาต้องการข้อมูลสนับสนุนต่างจากสินค้าที่ขายออนไลน์ และช่องทางกำหนดค่าการตลาดซึ่งกินสัดส่วนของราคาขาย
แข่งกับสินค้าอะไรที่มีอยู่แล้ว เพราะการเลือกสารที่เหมือนคู่แข่งแปลว่าคุณต้องแข่งด้วยราคาหรือการตลาด ส่วนการเลือกสารที่ต่างเปิดโอกาสให้แข่งด้วยเรื่องอื่น
มีแผนส่งออกไหม เพราะกระทบการเลือกสารตั้งแต่ต้น สารบางตัวใช้ได้ในไทยแต่มีข้อจำกัดในตลาดอื่น
มีโรงงานที่จะผลิตในใจแล้วหรือยัง เพราะข้อจำกัดของสายการผลิตกำหนดรูปแบบวัตถุดิบที่ใช้ได้
ทีมมีความรู้ทางเทคนิคระดับไหน เพื่อให้เราปรับระดับการอธิบายและระบุว่าต้องดูแลส่วนไหนแทนคุณ
เวลาที่มีก่อนต้องออกสินค้า เพราะกำหนดว่าทางเลือกไหนเป็นไปได้จริง บางทางใช้เวลาหลายเดือนซึ่งอาจไม่ทันแผน
สิ่งที่มักเปลี่ยนหลังการประชุมครั้งแรก
จากประสบการณ์ ประมาณครึ่งหนึ่งของลูกค้าเปลี่ยนแผนบางอย่างหลังการคุยครั้งแรก

ที่พบบ่อยที่สุดคือเปลี่ยนรูปแบบผลิตภัณฑ์ เช่น จากผงชงดื่มเป็นแคปซูล เพราะพบว่าสารที่ต้องการใช้มีปัญหาเรื่องรสที่แก้แล้วไม่คุ้ม
รองลงมาคือปรับปริมาณสารสำคัญลง เมื่อเห็นว่าค่าที่ตั้งไว้ตอนแรกทำให้ต้นทุนเกินราคาขายที่วางแผนไว้
และที่พบไม่น้อยคือเปลี่ยนสารทั้งหมด เมื่อพบว่าสารที่ตั้งใจใช้มีข้อจำกัดทางกฎหมายหรือมีคู่แข่งใช้อยู่แล้วจำนวนมาก
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นก่อนที่จะมีต้นทุนใด ๆ ซึ่งคือคุณค่าทั้งหมดของบริการนี้
ทำไมคำแนะนำที่ดีที่สุดบางครั้งคือให้ไม่ต้องทำ
บริการให้คำปรึกษาที่คิดค่าบริการจากการชี้ทางไปสู่การผลิต มีแรงจูงใจในตัวที่จะแนะนำให้ลูกค้าเดินหน้าเสมอ เราเลือกวางบริการนี้ไว้คนละแบบ เพราะในระยะยาว ลูกค้าที่ถูกห้ามไม่ให้ทำโครงการที่จะขาดทุน คือลูกค้าที่กลับมาหาเราอีกด้วยโครงการที่ดีกว่า
สถานการณ์ที่เรามักแนะนำให้ชะลอหรือหยุดมีอยู่ไม่กี่แบบ แบบแรกคือเมื่อสารที่ลูกค้าตั้งใจใช้ มีวางขายอยู่แล้วในรูปวัตถุดิบเชิงพาณิชย์ที่ราคาต่ำกว่าต้นทุนที่เราจะผลิตให้ได้ ในกรณีนี้การพัฒนาเองไม่ได้ให้ข้อได้เปรียบใด นอกจากความรู้สึกว่ามีของของตัวเอง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ไม่คุ้มกับเงินหลายแสน
แบบที่สองคือเมื่อการเคลมที่ลูกค้าอยากใช้ ไม่สามารถใช้ได้ตามกฎหมายไทย ไม่ว่าสารสกัดจะดีแค่ไหน ถ้าสิ่งที่ทำให้สินค้าน่าซื้อคือข้อความที่พูดไม่ได้ โครงการนั้นไม่มีทางออกในเชิงการตลาด และการเดินหน้าผลิตก่อนแล้วค่อยหาวิธีเขียนฉลากทีหลัง คือลำดับที่กลับหัวกลับหาง
แบบที่สามคือเมื่อขนาดของตลาดที่ตั้งเป้าไว้ เล็กเกินกว่าจะคืนทุนค่าพัฒนาและค่าขึ้นทะเบียนได้ในเวลาที่ยอมรับได้ เราจะทำตัวเลขนี้ให้ดูตั้งแต่การประชุมครั้งแรก เพราะเป็นตัวเลขที่คำนวณได้ไม่ยากและเปลี่ยนการตัดสินใจได้มากที่สุด
แบบที่สี่คือเมื่อลูกค้ายังไม่มีช่องทางจำหน่ายที่ยืนยันได้ การมีสารสกัดที่ดีโดยไม่มีที่ขาย เป็นปัญหาที่แก้ยากกว่าการมีช่องทางแล้วหาสารสกัด เราจึงมักแนะนำให้ทดสอบตลาดด้วยวัตถุดิบที่ซื้อได้ทั่วไปก่อน แล้วค่อยลงทุนพัฒนาของตัวเองเมื่อยอดขายพิสูจน์ตัวเองแล้ว ลำดับนี้ทำให้เงินก้อนใหญ่ถูกใช้ตอนที่ความเสี่ยงต่ำที่สุด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ต้องซื้อสารสกัดจากทรัพย์ไบโอเทคด้วยไหม
A: ไม่ต้อง บริการนี้แยกจากการขายสินค้าโดยสิ้นเชิง และเรามีลูกค้าที่ใช้บริการนี้แล้วไปซื้อสารจากผู้ขายรายอื่นเพราะเหมาะกว่า ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่เรายอมรับได้
Q: ต่างจากการปรึกษาผู้ขายสารสกัดทั่วไปอย่างไร
A: ผู้ขายมีแรงจูงใจที่จะแนะนำสินค้าที่ตัวเองมี ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดแต่เป็นข้อจำกัดที่ต้องรู้ บริการนี้แยกค่าที่ปรึกษาออกจากการขาย จึงแนะนำได้โดยไม่มีเงื่อนไขนั้น
Q: ยังไม่มีไอเดียเลย ใช้บริการได้ไหม
A: ได้ และเป็นกรณีที่บริการนี้ให้ผลดีที่สุด เพราะยังไม่มีอะไรที่ลงทุนไปแล้วและต้องรักษาไว้ เราเริ่มจากกลุ่มเป้าหมายและโอกาสทางการตลาดก่อน แล้วค่อยหาสารที่ตอบโจทย์
Q: มีวัตถุดิบท้องถิ่นอยู่แล้วแต่ไม่รู้จะทำอะไร ช่วยได้ไหม
A: ได้ นี่เป็นโจทย์ที่พบบ่อยจากวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ เราประเมินว่าวัตถุดิบนั้นมีสารอะไรที่มีมูลค่า ตลาดไหนต้องการ และรูปแบบผลิตภัณฑ์ใดเหมาะที่สุด
Q: ใช้เวลากี่วัน
A: สำหรับการให้คำปรึกษาครั้งเดียว เราส่งสรุปและข้อเสนอแนะกลับให้หลังวันประชุมตามกรอบเวลาที่ระบุไว้ในใบเสนอราคา ส่วนแบบตลอดโครงการเป็นไปตามระยะเวลาของโครงการนั้น
Q: คิดค่าบริการอย่างไร
A: คิดตามขอบเขตงานที่ตกลง โดยแจ้งราคาชัดเจนก่อนเริ่ม สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการผลิตกับเราต่อในโครงการเดียวกัน เรานำค่าที่ปรึกษาส่วนหนึ่งไปหักจากค่าบริการผลิตตามเงื่อนไขที่ตกลง
ก้าวต่อไป
ส่งโจทย์ของคุณมาที่ info@zubbbiotech.com หรือ LINE @zubbbiotech ไม่ว่าจะเป็นไอเดียผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่มีสารในใจ วัตถุดิบที่มีอยู่แต่ไม่รู้จะทำอะไร หรือโครงการที่กำลังติดปัญหา เราจะประเมินขอบเขตงานและเสนอราคากลับให้โดยเร็วที่สุด
ติดต่อสอบถามและขอใบเสนอราคา
ส่งรายละเอียดงานของคุณมาได้ที่ ติดต่อเรา หรือ LINE @zubbbiotech · โทร 089-056-5651 · 097-297-1777 · อีเมล info@zubbbiotech.com
แหล่งอ้างอิง (References)
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 293) พ.ศ. 2548 เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และที่แก้ไขเพิ่มเติม. (2549, 2 กุมภาพันธ์). ราชกิจจานุเบกษา, 123(ตอนพิเศษ 18 ง).
- พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562. (2562, 30 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา, 136(ตอนที่ 56 ก), 1–29.
- พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558. (2558, 8 กันยายน). ราชกิจจานุเบกษา, 132(ตอนที่ 86 ก), 5–28.
"*" indicates required fields