เทคโนโลยีที่ควรใช้เมื่อมีเหตุผล

คำที่ขายได้ กับคำถามที่ควรถามก่อน

เทคโนโลยีการห่อหุ้มสารถูกใช้เป็นจุดขายในตลาดอาหารเสริมและเครื่องสำอางอย่างกว้างขวางในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จนหลายครั้งมันถูกใส่เข้าไปในสูตรเพราะเป็นคำที่ขายได้ มากกว่าเพราะสูตรนั้นต้องการจริง

เราให้บริการนี้ และในขณะเดียวกันเราก็จะบอกคุณตรง ๆ ว่างานของคุณจำเป็นต้องใช้หรือไม่ เหตุผลง่ายมาก ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นโดยไม่ได้แก้ปัญหาอะไรคือสิ่งที่ทำให้แบรนด์เสียเปรียบในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อคู่แข่งที่ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีนี้ขายในราคาที่ต่ำกว่าและผู้บริโภคแยกความต่างไม่ออก

บทความนี้จึงแบ่งเป็นสองส่วนเท่า ๆ กัน ส่วนแรกอธิบายว่าเทคโนโลยีนี้ทำงานอย่างไรและแก้ปัญหาอะไรได้จริง ส่วนที่สองบอกว่าเมื่อไรที่คุณควรข้ามมันไป

ไลโปโซมคืออะไร

ไลโปโซม (Liposome) คืออนุภาคทรงกลมขนาดเล็กที่เกิดจากการเรียงตัวของฟอสโฟลิพิด (Phospholipids) ซึ่งเป็นโมเลกุลไขมันชนิดที่มีสองด้าน ด้านหนึ่งชอบน้ำและอีกด้านหนึ่งไม่ชอบน้ำ

เมื่ออยู่ในน้ำ โมเลกุลเหล่านี้จะจัดเรียงตัวเองโดยหันด้านที่ชอบน้ำออกและด้านที่ไม่ชอบน้ำเข้าหากัน เกิดเป็นชั้นไขมันสองชั้น (Lipid Bilayer) ที่โค้งเป็นทรงกลมล้อมรอบแกนกลางที่เป็นน้ำ

โครงสร้างแบบนี้มีคุณสมบัติที่มีประโยชน์ในทางปฏิบัติ คือบรรจุได้ทั้งสารที่ชอบน้ำในแกนกลาง และสารที่ไม่ชอบน้ำในชั้นไขมัน จึงใช้กับสารได้หลากหลายกว่าระบบห่อหุ้มแบบอื่น

ส่วนคำว่านาโนแคปซูล (Nano Encapsulation) เป็นคำที่กว้างกว่า ครอบคลุมการห่อหุ้มสารด้วยวัสดุหลายชนิดในระดับอนุภาคขนาดเล็ก ซึ่งไลโปโซมเป็นหนึ่งในนั้น การใช้คำสองคำนี้สลับกันในตลาดจึงไม่ผิดเสมอไป แต่เวลาเขียนเอกสารทางเทคนิคควรระบุให้ชัดว่าใช้ระบบใด

ปัญหาที่เทคโนโลยีนี้แก้ได้จริง

สารไม่ละลายน้ำ เป็นปัญหาที่พบบ่อยที่สุดและเป็นเหตุผลที่ดีที่สุดในการใช้เทคโนโลยีนี้ สารสกัดหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเคอร์คูมินอยด์และสารกลุ่มไม่ชอบน้ำอื่น ๆ ใส่ในเครื่องดื่มแล้วแยกชั้นหรือตกตะกอน การห่อหุ้มทำให้กระจายตัวในระบบน้ำได้และให้เนื้อผลิตภัณฑ์ที่ใส ซึ่งเป็นสิ่งที่สูตรเซรั่มและเครื่องดื่มต้องการ

บริการกักเก็บสารด้วยไลโปโซมและนาโนแคปซูล (Liposomal & Nano Encapsulation Service) — ภาพประกอบที่ 1

สารเสื่อมสภาพเร็ว ชั้นห่อหุ้มลดการสัมผัสกับออกซิเจนและแสง ซึ่งเป็นสองปัจจัยหลักที่ทำให้สารกลุ่มแอนโธไซยานิน แคโรทีนอยด์ และวิตามินบางชนิดเสื่อมระหว่างเก็บ หากคุณเคยเจอปัญหาว่าค่าสารสำคัญตอนผลิตกับตอนหมดอายุต่างกันมาก การห่อหุ้มเป็นทางแก้ที่ควรพิจารณา

กลิ่นและรสรบกวน การห่อหุ้มลดการสัมผัสระหว่างสารกับต่อมรับรสโดยตรง จึงลดความขมและกลิ่นสมุนไพรได้โดยไม่ต้องเติมความหวานหรือแต่งกลิ่นเพิ่ม เป็นทางเลือกที่เหมาะกับสูตรที่ต้องการหลีกเลี่ยงน้ำตาล

สารระคายเคืองในสูตรทาผิว การปลดปล่อยแบบค่อยเป็นค่อยไปแทนการสัมผัสเข้มข้นทันที ช่วยลดการระคายเคืองจากสารที่มีฤทธิ์แรง ซึ่งเป็นประเด็นที่โรงงานผลิตสกินแคร์ให้ความสำคัญ

กรณีที่เราจะแนะนำให้ข้าม

ถ้าสารของคุณละลายน้ำได้ดีอยู่แล้ว คงตัวดีอยู่แล้ว และไม่มีปัญหากลิ่นรส การห่อหุ้มจะเพิ่มต้นทุนโดยไม่เปลี่ยนคุณสมบัติที่ผู้ใช้สัมผัสได้เลย

ในกรณีแบบนี้เราจะแนะนำให้นำงบไปลงกับสิ่งที่ให้ผลตอบแทนชัดกว่า เช่น การยกระดับเปอร์เซ็นต์สารสำคัญซึ่งเป็นตัวเลขที่พิสูจน์ได้บนเอกสาร หรือการทำการทดสอบเพื่อสนับสนุนการขาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อระดับองค์กรใช้ตัดสินใจ

อีกกรณีที่ควรข้ามคือเมื่อผลิตภัณฑ์ปลายทางเป็นแคปซูลหรือเม็ดตอกที่กลืนทั้งเม็ด เพราะปัญหาเรื่องรสและการละลายในแก้วไม่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้น การจ่ายเพิ่มเพื่อแก้ปัญหาที่ไม่มีอยู่จริงจึงไม่คุ้ม

ข้อควรระวังเรื่องการเขียนเคลม

นี่เป็นส่วนที่เราคิดว่าสำคัญที่สุดสำหรับลูกค้าที่ทำแบรนด์

เทคโนโลยีการห่อหุ้มเป็นข้อเท็จจริงเชิงกระบวนการ คุณระบุได้ว่าผลิตภัณฑ์ใช้ระบบห่อหุ้มแบบใด ขนาดอนุภาคเท่าไร และประสิทธิภาพการกักเก็บเป็นอย่างไร เพราะเป็นค่าที่วัดได้และมีเอกสารรองรับ

แต่การเขียนว่าเทคโนโลยีนี้ให้ผลลัพธ์กับร่างกายอย่างไร ยังต้องอยู่ในกรอบที่กฎหมายกำหนดสำหรับผลิตภัณฑ์ประเภทนั้น ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 293) พ.ศ. 2548, 2549) เครื่องสำอาง (พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558, 2558) หรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร (พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562, 2562) การมีเทคโนโลยีที่ดีไม่ได้ขยายขอบเขตของสิ่งที่เขียนบนฉลากได้

สิ่งที่เราส่งให้คุณจึงเป็นข้อมูลทางเทคนิคที่ตรวจสอบได้ เพื่อให้ทีมการตลาดของคุณสื่อสารได้อย่างมีน้ำหนักโดยไม่ต้องเสี่ยง

ขั้นตอนการทำงานของเรา

การประเมินปัญหา เริ่มจากถามว่าปัญหาที่คุณต้องการแก้คืออะไร ขั้นนี้สำคัญที่สุด เพราะระบบห่อหุ้มที่แก้ปัญหาการละลายกับระบบที่แก้ปัญหาความคงตัวไม่ใช่ระบบเดียวกัน และเราต้องรู้ว่ากำลังออกแบบเพื่ออะไร

บริการกักเก็บสารด้วยไลโปโซมและนาโนแคปซูล (Liposomal & Nano Encapsulation Service) — ภาพประกอบที่ 2

การเลือกระบบและวัสดุ กำหนดชนิดฟอสโฟลิพิดหรือวัสดุห่อหุ้ม สัดส่วนต่อสารสำคัญ และสภาวะการผลิต โดยพิจารณาจากสมบัติของสารและจากข้อจำกัดด้านส่วนผสมที่คุณแจ้ง

การผลิตรอบทดลอง ผลิตปริมาณน้อยก่อนเพื่อวัดขนาดอนุภาค การกระจายตัว และประสิทธิภาพการกักเก็บ พร้อมส่งตัวอย่างให้คุณทดสอบในสูตรจริง

การทดสอบความเข้ากันได้ ตรวจว่าระบบที่ได้ทำงานได้ในสูตรของคุณจริง โดยเฉพาะสูตรที่มีความเป็นกรดด่างสูงหรือมีเกลือมาก ซึ่งเป็นสองปัจจัยที่ทำลายโครงสร้างไลโปโซมได้

การผลิตจริงและส่งมอบ ผลิตตามสภาวะที่ผ่านการทดลอง ส่งมอบพร้อมข้อมูลทางเทคนิคครบชุด

สิ่งที่คุณต้องเตรียม

สารสำคัญที่ต้องการห่อหุ้ม พร้อมข้อมูลคุณสมบัติการละลาย ระบุปัญหาที่ต้องการแก้ให้ชัดว่าเป็นเรื่องการละลาย ความคงตัว หรือกลิ่นรส เพราะเป็นตัวกำหนดระบบที่จะใช้

รูปแบบผลิตภัณฑ์ปลายทางและสูตรโดยสังเขป เพื่อให้เราประเมินความเข้ากันได้ล่วงหน้า ปริมาณตั้งต้นขั้นต่ำต่อรอบที่เราแจ้งให้ทราบหลังประเมินงาน และข้อจำกัดด้านส่วนผสม เช่น ต้องเป็นฮาลาล ต้องไม่มีส่วนประกอบจากสัตว์ หรือต้องเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้บางกลุ่ม เพราะข้อจำกัดเหล่านี้ตัดตัวเลือกวัสดุห่อหุ้มออกไปหลายตัว

สิ่งที่คุณจะได้รับ

สารที่ผ่านการห่อหุ้มในรูปแบบที่ตกลง เป็นของเหลวหรือผง พร้อมข้อมูลขนาดอนุภาคเฉลี่ยและการกระจายตัว ข้อมูลประสิทธิภาพการกักเก็บ (Encapsulation Efficiency) ข้อมูลส่วนประกอบของระบบห่อหุ้มสำหรับใช้เขียนฉลาก และคำแนะนำการใส่ในสูตรปลายทาง

บริการกักเก็บสารด้วยไลโปโซมและนาโนแคปซูล (Liposomal & Nano Encapsulation Service) — ภาพประกอบที่ 3

วิธีตรวจสอบว่างานห่อหุ้มได้ผลจริง

ปัญหาใหญ่ที่สุดของเทคโนโลยีการห่อหุ้ม ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ แต่คือทำแล้วพิสูจน์ไม่ได้ว่าทำสำเร็จ ตลาดเต็มไปด้วยสินค้าที่เขียนคำว่าไลโปโซมบนฉลากโดยไม่มีข้อมูลใดยืนยัน และเมื่อผู้ซื้อระดับองค์กรเริ่มถามหาหลักฐาน ผู้ขายจำนวนมากตอบไม่ได้ เราจึงถือว่าชุดข้อมูลยืนยันเป็นส่วนหนึ่งของงาน ไม่ใช่บริการเสริม

ตัวชี้วัดพื้นฐานที่สุดคือขนาดอนุภาคและการกระจายตัวของขนาด ค่าขนาดเฉลี่ยบอกว่าอนุภาคที่สร้างได้อยู่ในช่วงที่ตั้งใจไว้หรือไม่ ส่วนค่าการกระจายตัวบอกว่าระบบสม่ำเสมอแค่ไหน ระบบที่มีขนาดเฉลี่ยสวยแต่กระจายตัวกว้างมาก แปลว่ามีทั้งอนุภาคเล็กมากและก้อนใหญ่ปนกันอยู่ ซึ่งมักไม่คงตัวเมื่อเก็บไว้นาน

ตัวชี้วัดที่สองคือประสิทธิภาพการห่อหุ้ม ซึ่งตอบคำถามว่าสารสำคัญที่ใส่ลงไปนั้น อยู่ในอนุภาคจริงกี่เปอร์เซ็นต์ และลอยอยู่ข้างนอกกี่เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้คือหัวใจของการเคลม เพราะระบบที่ห่อหุ้มได้น้อยแต่เรียกตัวเองว่าไลโปโซม คือระบบที่เติมส่วนผสมเพิ่มโดยไม่ได้ประโยชน์เพิ่ม

ตัวชี้วัดที่สามคือค่าประจุที่ผิวอนุภาค ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้แนวโน้มที่อนุภาคจะจับตัวกันเป็นก้อนเมื่อเก็บไว้ ค่านี้ไม่ได้บอกประสิทธิภาพในร่างกาย แต่บอกได้ดีว่าสูตรจะอยู่รอดตลอดอายุสินค้าหรือไม่ และเป็นข้อมูลที่ควรดูคู่กับผลการทดสอบความคงตัวเสมอ

ตัวชี้วัดสุดท้ายซึ่งมักถูกข้าม คือพฤติกรรมของระบบเมื่ออยู่ในสูตรจริง ไม่ใช่ในน้ำ อนุภาคที่คงตัวดีในหลอดทดลอง อาจแตกทันทีเมื่อเจอค่าความเป็นกรดด่างของเครื่องดื่ม เจอเกลือในสูตร หรือเจอแรงเฉือนจากเครื่องผสมในสายการผลิต เราจึงทดสอบในระบบที่ใกล้เคียงกับสูตรปลายทางของคุณตั้งแต่ต้น แทนการส่งมอบตัวเลขที่สวยในสภาวะที่ไม่มีวันเกิดขึ้นจริง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ต้นทุนเพิ่มขึ้นเท่าไร

A: ขึ้นกับระบบที่ใช้และสัดส่วนวัสดุห่อหุ้มต่อสารสำคัญ เราเสนอทางเลือกอย่างน้อยสองแบบให้เปรียบเทียบก่อนตัดสินใจเสมอ พร้อมบอกว่าแต่ละแบบแลกอะไรกับอะไร

Q: ใส่ในสูตรเดิมได้เลยไหม

A: ต้องทดสอบความเข้ากันได้ก่อน โดยเฉพาะสูตรที่มีความเป็นกรดด่างสูง มีเกลือมาก หรือมีตัวทำละลายที่ทำลายโครงสร้างไขมันได้ เราทดสอบให้ในขั้นตอนก่อนผลิตจริง

Q: ทดสอบว่าห่อหุ้มสำเร็จได้อย่างไร

A: ดูจากสามค่าคือขนาดอนุภาค การกระจายตัวของขนาด และประสิทธิภาพการกักเก็บ ซึ่งเรารายงานให้ทุกลอต ค่าเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้ซื้อระดับองค์กรจะขอดู และเป็นสิ่งที่ทำให้คำว่าไลโปโซมบนฉลากมีน้ำหนัก

Q: สารที่ห่อหุ้มแล้วเก็บได้นานขึ้นจริงไหม

A: ในหลายกรณีใช่ แต่ต้องพิสูจน์ด้วยการทดสอบความคงตัวเปรียบเทียบระหว่างสารที่ห่อหุ้มกับไม่ห่อหุ้ม ไม่ใช่อ้างจากหลักการอย่างเดียว เราจัดการทดสอบนี้ให้ได้หากคุณต้องการข้อมูลไปใช้สื่อสาร

Q: ส่งต่อให้โรงงานรับผลิต (Original Equipment Manufacturer, OEM) อาหารเสริมผลิตต่อได้เลยไหม

A: ได้ หากคุณแจ้งข้อกำหนดของโรงงานปลายทางมาตั้งแต่ต้น เพราะบางโรงงานมีข้อจำกัดเรื่องรูปแบบวัตถุดิบที่รับได้ และบางแห่งต้องการเอกสารความปลอดภัยของวัสดุห่อหุ้มเพิ่มเติม

ก้าวต่อไป

บอกเราว่าปัญหาที่คุณต้องการแก้คืออะไร มาที่ info@zubbbiotech.com หรือ LINE @zubbbiotech เราจะประเมินว่าการห่อหุ้มเป็นทางออกที่คุ้มที่สุดหรือมีวิธีที่ง่ายกว่า พร้อมเสนอระบบที่เหมาะสมและกรอบราคากลับให้โดยเร็วที่สุด

ติดต่อสอบถามและขอใบเสนอราคา

ส่งรายละเอียดงานของคุณมาได้ที่ ติดต่อเรา หรือ LINE @zubbbiotech · โทร 089-056-5651 · 097-297-1777 · อีเมล info@zubbbiotech.com

แหล่งอ้างอิง (References)

  1. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 293) พ.ศ. 2548 เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และที่แก้ไขเพิ่มเติม. (2549, 2 กุมภาพันธ์). ราชกิจจานุเบกษา, 123(ตอนพิเศษ 18 ง).
  2. พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562. (2562, 30 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา, 136(ตอนที่ 56 ก), 1–29.
  3. พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558. (2558, 8 กันยายน). ราชกิจจานุเบกษา, 132(ตอนที่ 86 ก), 5–28.

สอบถามเกี่ยวกับ บริการกักเก็บสารด้วยไลโปโซมและนาโนแคปซูล (Liposomal & Nano Encapsulation Service)

หากคุณมีคำถามหรือต้องการรับคำปรึกษาเกี่ยวกับ บริการกักเก็บสารด้วยไลโปโซมและนาโนแคปซูล (Liposomal & Nano Encapsulation Service) คุณสามารถติดต่อเราได้ผ่านแบบฟอร์มติดต่อด้านล่าง

"*" indicates required fields

This field is for validation purposes and should be left unchanged.