บริการรับผลิตเครื่องสำอางและอาหารเสริม OEM ODM ครบวงจร
“การเลือกโรงงานผลิตสำคัญพอกับการเลือกสูตร เพราะโรงงานคือคนที่ทำให้สูตรที่ดีของคุณกลายเป็นสินค้าจริงที่ได้มาตรฐานและพร้อมวางขาย”
ทรัพย์ ไบโอเทคมองว่า การรับจ้างผลิต (Original Equipment Manufacturer, OEM) และการออกแบบและผลิต (Original Design Manufacturer, ODM) ไม่ได้เป็นเพียงการรับผลิตตามคำสั่ง แต่คือการเปลี่ยนแนวคิดของเจ้าของแบรนด์ให้กลายเป็นสินค้าจริงที่ได้มาตรฐาน สิ่งที่ทำให้การผลิตแตกต่างคือการเริ่มต้นจากสูตรที่มีสารสกัดเป็นจุดต่าง ไม่ใช่สูตรทั่วไปที่ใครก็ผลิตได้
เจ้าของแบรนด์จำนวนมากเลือกโรงงานจากราคาเป็นหลัก แล้วพบภายหลังว่าสูตรที่ได้ไม่ต่างจากคู่แข่ง หรือไม่มีเอกสารรองรับเพียงพอสำหรับการจดแจ้งและการสื่อสารคุณค่า การเลือกพาร์ตเนอร์การผลิตที่เข้าใจทั้งการพัฒนาสูตรและมาตรฐานการผลิต จึงเป็นการตัดสินใจที่ส่งผลต่อความสำเร็จของแบรนด์ในระยะยาว
บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่าง OEM กับ ODM กระบวนการพัฒนาสูตรและมาตรฐานการผลิต ขอบเขตบริการรับผลิตของทรัพย์ ไบโอเทค เรื่องปริมาณสั่งผลิตขั้นต่ำและระยะเวลานำส่ง รวมถึงเอกสารมาตรฐานที่เจ้าของแบรนด์ควรได้รับจากโรงงาน
ทำไมการเลือกโรงงานผลิตสำคัญพอกับการเลือกสูตร
อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของไทยเป็นฐานการผลิตที่แข็งแกร่งระดับสากล Custom Market Insights (2025) ประเมินว่าตลาดความงามและของใช้ส่วนบุคคลของไทยมีมูลค่าราว 4.63 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 5.45 ต่อปีจนแตะ 7.87 พันล้านดอลลาร์ในปี 2034 โดยรายงานเดียวกันระบุว่าอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยเติบโตเฉลี่ยราว 10 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ต่อปีในช่วงที่ผ่านมา และไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 17 ของโลกด้านการผลิตผลิตภัณฑ์ความงาม
ประเทศไทยจึงเป็นฐานการผลิตแบบ OEM และ ODM ที่แบรนด์ทั้งในและต่างประเทศเลือกใช้ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลอุตสาหกรรมชี้ว่าสารสกัดและสารออกฤทธิ์ที่ใช้ในการผลิตส่วนใหญ่ยังคงนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้สินค้าจำนวนมากใช้สารคล้ายกันจนต้องแข่งขันด้วยราคา จุดนี้เองที่การเลือกโรงงานที่พัฒนาสารจากทรัพยากรไทยได้เองสร้างความแตกต่าง
สำหรับตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ข้อมูลจาก Marketeer Online ที่อ้างอิงสำนักวิจัย Grand View Research และ Euromonitor International ระบุว่าปี 2568 มูลค่าตลาดแตะระดับ 100,000 ล้านบาท (Temsiri Just II, 2569) ในตลาดขนาดใหญ่ที่เติบโตต่อเนื่องเช่นนี้ การเลือกพาร์ตเนอร์การผลิตที่เหมาะสมคือรากฐานของแบรนด์ที่เติบโตได้อย่างมั่นคง
OEM กับ ODM ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี
ก่อนเริ่มทำงานกับโรงงาน เจ้าของแบรนด์ควรเข้าใจรูปแบบการทำงาน 2 แบบนี้ เพื่อเลือกให้เหมาะกับความพร้อมของตน
การรับจ้างผลิต (OEM)
เจ้าของแบรนด์เป็นผู้กำหนดสูตรหรือแนวคิดผลิตภัณฑ์ แล้วให้โรงงานเป็นผู้ผลิตตามที่กำหนด เหมาะกับเจ้าของแบรนด์ที่มีสูตรหรือแนวคิดชัดเจนอยู่แล้ว และต้องการควบคุมรายละเอียดของสูตรด้วยตนเอง รูปแบบนี้ให้อิสระในการออกแบบสินค้าสูง แต่ต้องอาศัยความรู้ด้านสูตรและวัตถุดิบพอสมควร
การออกแบบและผลิต (ODM)
โรงงานเป็นผู้พัฒนาสูตรและแนวคิดให้เจ้าของแบรนด์ทั้งหมด เหมาะกับเจ้าของแบรนด์ที่ต้องการเริ่มต้นเร็วโดยใช้สูตรที่พร้อมและผ่านการทดสอบมาแล้ว จากนั้นจึงปรับแต่งให้เข้ากับแบรนด์ รูปแบบนี้ช่วยลดเวลาและความเสี่ยงในการพัฒนาสูตร จึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมในหมู่แบรนด์ที่เพิ่งเริ่มต้น
เลือกตามระยะของแบรนด์
ในระยะเริ่มต้น เจ้าของแบรนด์มักเหมาะกับ ODM เพื่อความรวดเร็ว เมื่อแบรนด์เติบโตและต้องการสูตรเฉพาะที่ควบคุมเองได้ จึงค่อยเปลี่ยนไปสู่ OEM การมีพาร์ตเนอร์ที่ให้บริการทั้งสองรูปแบบช่วยให้แบรนด์ปรับเปลี่ยนได้ตามการเติบโต
ขอบเขตบริการรับผลิต OEM/ODM ของทรัพย์ ไบโอเทค
บริการรับผลิตของทรัพย์ ไบโอเทคครอบคลุมทั้งเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยเน้นการเริ่มต้นจากสูตรที่มีจุดต่าง กระบวนการทำงานแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก

พัฒนาสูตรด้วยสารสกัดที่แตกต่าง
ทีมนักเคมีและนักพัฒนาสูตรทำงานร่วมกับเจ้าของแบรนด์ในการออกแบบสูตรที่ใช้สารสกัดจากทรัพยากรไทยเป็นจุดขาย ทำให้สูตรของแบรนด์แตกต่างจากคู่แข่งที่ใช้สารทั่วไป
ผลิตตามมาตรฐาน
การผลิตดำเนินการภายใต้มาตรฐานการผลิตที่ดี (Good Manufacturing Practice, GMP) เพื่อควบคุมคุณภาพและความสม่ำเสมอของสินค้าในแต่ละล็อต ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการผลิตจำนวนมากและการส่งออก มาตรฐานการผลิตยังเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคและคู่ค้าให้ความสำคัญมากขึ้น จึงเป็นปัจจัยที่ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือให้แบรนด์
ส่งมอบพร้อมเอกสารมาตรฐาน
ทุกสูตรและสารมาพร้อมเอกสารมาตรฐานที่จำเป็น ได้แก่ ใบรับรองผลการวิเคราะห์ (Certificate of Analysis, CoA) เอกสารความปลอดภัย (Material Safety Data Sheet, MSDS) และเอกสารเทคนิค (Technical Data Sheet, TDS) เพื่อให้เจ้าของแบรนด์นำไปใช้ประกอบการจดแจ้งและการสื่อสาร
จุดต่างของทรัพย์ ไบโอเทค: เริ่มจากสารที่แตกต่าง
สิ่งที่ทำให้ทรัพย์ ไบโอเทคต่างจากโรงงานรับจ้างผลิตทั่วไป คือเราไม่ได้เริ่มจากสูตรสำเร็จที่ใครก็มี แต่เริ่มจากการพัฒนาสารออกฤทธิ์จากทรัพยากรไทยที่มีเอกลักษณ์และมีข้อมูลรองรับ ในตลาดที่สารส่วนใหญ่นำเข้าและใช้กันทั่วไป สารที่แตกต่างและพิสูจน์ได้จึงเป็นจุดยืนที่คู่แข่งลอกเลียนได้ยาก
ทรัพย์ ไบโอเทคทำงานในรูปแบบพาร์ตเนอร์นวัตกรรม (Innovation Partner) ที่เชื่อมโยงงานวิจัยระดับมหาวิทยาลัยกับการผลิตเชิงพาณิชย์ ทำให้เจ้าของแบรนด์เข้าถึงสารที่มีเรื่องราวและข้อมูลรองรับ ซึ่งช่วยให้แบรนด์สื่อสารคุณค่าได้จริง ไม่ใช่เพียงแข่งขันด้วยราคา
การเริ่มต้นจากสารที่แตกต่างช่วยให้เจ้าของแบรนด์วางตำแหน่งสินค้าในระดับที่สูงขึ้นได้ และสร้างจุดต่างที่ยั่งยืนกว่าการเลือกสูตรมาตรฐานที่หาได้ทั่วไปในตลาด เพราะสารที่มีเอกลักษณ์และมีข้อมูลรองรับเป็นสิ่งที่ทำให้แบรนด์มีเรื่องราวเล่าและสื่อสารกับผู้บริโภคได้อย่างมีมิติ
ปริมาณสั่งผลิตขั้นต่ำและระยะเวลานำส่ง เริ่มต้นได้จริง
ปัจจัยที่เจ้าของแบรนด์มือใหม่ให้ความสำคัญมากที่สุดคือปริมาณสั่งผลิตขั้นต่ำ (Minimum Order Quantity, MOQ) และระยะเวลานำส่ง (Lead Time) เพราะเป็นตัวกำหนดว่าจะเริ่มต้นได้จริงหรือไม่
ทรัพย์ ไบโอเทคให้ความสำคัญกับการช่วยให้เจ้าของแบรนด์เริ่มต้นได้ในปริมาณที่เหมาะสมกับความพร้อม โดยไม่ต้องแบกรับสต๊อกจำนวนมากตั้งแต่ต้น การวางแผน MOQ และระยะเวลานำส่งที่ชัดเจนช่วยให้เจ้าของแบรนด์บริหารต้นทุนและกระแสเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การพูดคุยเรื่องปริมาณและระยะเวลาตั้งแต่ต้น ช่วยให้เจ้าของแบรนด์วางแผนการตลาดและการขายได้สอดคล้องกับกำหนดการที่สินค้าจะพร้อมจริง ลดความเสี่ยงของการวางแผนที่คลาดเคลื่อน และช่วยให้แบรนด์เติบโตได้อย่างเป็นขั้นตอนโดยไม่แบกรับความเสี่ยงเกินความจำเป็น
เอกสารมาตรฐานที่ต้องได้จากโรงงาน OEM
เอกสารมาตรฐานเป็นสิ่งที่เจ้าของแบรนด์ควรได้รับจากโรงงาน เพราะเป็นทั้งหลักฐานด้านคุณภาพและเอกสารที่จำเป็นสำหรับการจดแจ้งและการสื่อสาร
ใบรับรองผลการวิเคราะห์ (Certificate of Analysis, CoA)
แสดงปริมาณสารสำคัญและผลการตรวจสอบของแต่ละล็อต ช่วยให้เจ้าของแบรนด์มั่นใจในคุณภาพและใช้อ้างอิงในการสื่อสารได้
เอกสารความปลอดภัย (Material Safety Data Sheet, MSDS)
ให้ข้อมูลด้านความปลอดภัยของสารและผลิตภัณฑ์ ซึ่งจำเป็นทั้งสำหรับการจดแจ้งและการจัดการสินค้าอย่างปลอดภัย
เอกสารเทคนิค (Technical Data Sheet, TDS)
ให้ข้อมูลการใช้งานและคุณสมบัติทางเทคนิคของสาร ช่วยให้การพัฒนาสูตรและการผลิตในขั้นถัดไปเป็นไปอย่างถูกต้อง และเป็นข้อมูลอ้างอิงที่สำคัญเมื่อต้องปรับสูตรหรือแก้ปัญหาในการผลิต
จากการผลิตสู่การสร้างแบรนด์ครบวงจร
แม้บริการรับผลิต OEM และ ODM จะโฟกัสที่การผลิตสินค้า แต่ทรัพย์ ไบโอเทคยังเชื่อมงานผลิตเข้ากับการสร้างแบรนด์ เจ้าของแบรนด์ที่ต้องการต่อยอดจากสินค้าไปสู่การสร้างแบรนด์ที่สมบูรณ์ สามารถทำได้ในพาร์ตเนอร์รายเดียว
เมื่อได้สินค้าที่มีสูตรและสารที่แตกต่างแล้ว เจ้าของแบรนด์สามารถต่อยอดไปสู่การตั้งชื่อแบรนด์ ออกแบบโลโก้ อัตลักษณ์ บรรจุภัณฑ์ และการจดแจ้ง เพื่อให้แบรนด์สอดคล้องกันทั้งระบบตั้งแต่สินค้าจนถึงภาพลักษณ์
การทำงานกับพาร์ตเนอร์ที่ดูแลทั้งการผลิตและการสร้างแบรนด์ ช่วยให้เจ้าของแบรนด์ประหยัดเวลาในการประสานงานและมั่นใจว่าทุกส่วนของแบรนด์สอดคล้องกัน

ก้าวต่อไปกับทรัพย์ ไบโอเทค
สำหรับเจ้าของแบรนด์ที่ต้องการผลิตเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีจุดต่าง การเลือกพาร์ตเนอร์การผลิตที่เริ่มจากสารที่แตกต่างและมีมาตรฐาน คือการวางรากฐานที่ทำให้แบรนด์ไม่ต้องแข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว การผลิตที่ดีจึงเป็นทั้งเรื่องคุณภาพและจุดยืนของแบรนด์
หากคุณกำลังมองหาผู้ผลิตที่เข้าใจการพัฒนาสารและการสร้างแบรนด์มากกว่าการรับผลิตตามคำสั่ง ตั้งแต่พัฒนาสูตร ผลิตตามมาตรฐาน ไปจนถึงการส่งมอบพร้อมเอกสารและการต่อยอดสู่แบรนด์ ทรัพย์ ไบโอเทคพร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ที่เดินไปกับคุณในทุกขั้นตอน ปรึกษาทีมงานของเราเพื่อเริ่มต้นผลิตสินค้าที่มีจุดต่างและได้มาตรฐาน
“Innovation Partner ที่ดูแลแบรนด์ของคุณตั้งแต่สูตร จนถึงวางขายจริง”
ติดต่อสอบถามรับผลิตเครื่องสำอางและอาหารเสริม OEM/ODM ครบวงจร
ทรัพย์ ไบโอเทค (ZUBB Biotech) พร้อมให้คำปรึกษาเจ้าของแบรนด์และโรงงาน OEM ตั้งแต่การพัฒนาสูตร การจดแจ้ง อย. ไปจนถึงการผลิตและสร้างแบรนด์ สอบถามรายละเอียดหรือขอใบเสนอราคาได้ที่ ติดต่อเรา
LINE: @zubbbiotech · โทร 089-056-5651, 097-297-1777 · อีเมล info@zubbbiotech.com
บริการที่เกี่ยวข้อง
- บริการพัฒนาสูตรสารออกฤทธิ์ (Ingredient Formulation)
- บริการรับทดสอบความคงตัวของสูตร (Stability Testing)
- บริการรับจดแจ้ง อย. เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: OEM กับ ODM ต่างกันอย่างไร
A: OEM คือเจ้าของแบรนด์กำหนดสูตรหรือแนวคิดเอง แล้วให้โรงงานผลิตตามที่กำหนด ส่วน ODM คือโรงงานเป็นผู้พัฒนาสูตรและแนวคิดให้ทั้งหมด เหมาะกับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นเร็วด้วยสูตรที่ผ่านการทดสอบมาแล้ว
Q: แบรนด์ที่เพิ่งเริ่มควรเลือก OEM หรือ ODM
A: ในระยะเริ่มต้นมักเหมาะกับ ODM เพื่อความรวดเร็ว เมื่อแบรนด์เติบโตและต้องการสูตรเฉพาะที่ควบคุมเองได้ จึงค่อยเปลี่ยนไปสู่ OEM การมีพาร์ตเนอร์ที่ทำได้ทั้งสองแบบช่วยให้เปลี่ยนผ่านได้โดยไม่ต้องย้ายโรงงาน
Q: จะได้เอกสารอะไรบ้างจากโรงงาน
A: ทุกสูตรและสารมาพร้อมเอกสารมาตรฐาน ได้แก่ ใบรับรองผลการวิเคราะห์ (Certificate of Analysis, CoA) เอกสารความปลอดภัย (Material Safety Data Sheet, MSDS) และเอกสารเทคนิค (Technical Data Sheet, TDS) ซึ่งจำเป็นทั้งสำหรับการจดแจ้งและการสื่อสาร
Q: จุดต่างของทรัพย์ ไบโอเทคจากโรงงานรับจ้างผลิตทั่วไปคืออะไร
A: เราไม่ได้เริ่มจากสูตรสำเร็จที่ใครก็มี แต่เริ่มจากการพัฒนาสารออกฤทธิ์จากทรัพยากรไทยที่มีเอกลักษณ์ ทำให้สูตรของแบรนด์แตกต่างจากคู่แข่งที่ใช้สารทั่วไปตั้งแต่ต้น
Q: ผลิตภายใต้มาตรฐานอะไร
A: การผลิตดำเนินการภายใต้มาตรฐานการผลิตที่ดี (Good Manufacturing Practice, GMP) เพื่อควบคุมคุณภาพและความสม่ำเสมอของสินค้าในแต่ละล็อต
แหล่งอ้างอิง (References)
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (ม.ป.ป.). หลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตเครื่องสำอาง (GMP). กองควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย. https://cosmetic.fda.moph.go.th/
- Custom Market Insights. (2025, July 24). Thailand beauty and personal care market size, trends and insights 2025–2034 [Press release]. https://www.custommarketinsights.com/press-releases/thailand-beauty-and-personal-care-market-size/
- Global Growth Insights. (2026). Cosmetics OEM and ODM market size, share, growth, and industry analysis. https://www.globalgrowthinsights.com/market-reports/cosmetics-oem-and-odm-market-103536
- Health Sciences Authority. (n.d.). ASEAN Cosmetic Directive. Government of Singapore. https://www.hsa.gov.sg/cosmetic-products/asean-cosmetic-directive/
- Krungthai COMPASS. (ม.ป.ป.). ตลาดเครื่องสำอางไทยยังสดใส…จับตาเกมแห่งความงามแข่งเดือด. ธนาคารกรุงไทย. https://krungthai.com/th/financial-partner/learn-financial/2303
- Temsiri Just II. (2569, 29 มกราคม). ตลาดอาหารเสริมไทยแตะ 1 แสนล้านครั้งแรกในปี 2568 เปิด 5 เทรนด์สุขภาพใหม่ ดันอุตสาหกรรมโตต่อเนื่องยาวเกือบ 10 ปี. Marketeer Online. https://marketeeronline.co/archives/452714