บริการตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของพืชและการขออนุญาตใช้ทรัพยากรชีวภาพ

บริการตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของพืชและการขออนุญาตใช้ทรัพยากรชีวภาพ

เรื่องที่ต้องรู้ก่อนลงทุน ไม่ใช่หลังผลิตเสร็จ

เรื่องที่แทบไม่มีใครในวงการสารสกัดไทยเขียนถึง

หากคุณค้นหาข้อมูลเรื่องการใช้พืชไทยทำสารสกัดในเชิงพาณิชย์ คุณจะพบข้อมูลเรื่องวิธีสกัด เรื่องมาตรฐาน และเรื่องการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์อยู่พอสมควร

สิ่งที่แทบไม่พบเลยคือข้อมูลเรื่องสิทธิ์ในการนำพืชไปใช้

หลายคนเข้าใจว่าเมื่อซื้อวัตถุดิบมาอย่างถูกต้องแล้ว ก็นำไปทำอะไรก็ได้ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ใช้ได้กับพืชส่วนใหญ่ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด

มีพืชกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในข่ายควบคุมตามกฎหมายไทย และมีกรอบระหว่างประเทศว่าด้วยการเข้าถึงทรัพยากรชีวภาพและการแบ่งปันผลประโยชน์ที่ประเทศไทยเป็นภาคี ซึ่งกำหนดว่าการนำทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ต้องได้รับอนุญาตและมีการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม (Secretariat of the Convention on Biological Diversity, 2011)

สำหรับแบรนด์ที่ขายในประเทศอย่างเดียว เรื่องนี้อาจไม่เคยถูกหยิบยกขึ้นมา แต่สำหรับแบรนด์ที่ตั้งใจจะส่งออก โดยเฉพาะไปยังยุโรปและญี่ปุ่น ผู้นำเข้ามักขอเอกสารยืนยันเรื่องนี้ก่อนตกลงซื้อ

ทำไมเรื่องนี้ถึงกลายเป็นความเสี่ยงจริง

ความเสี่ยงข้อแรกคือดีลจบก่อนเริ่ม เมื่อผู้นำเข้าขอเอกสารแล้วคุณไม่มี ดีลมักจบลงตรงนั้น ไม่ใช่เพราะสินค้าไม่ดี แต่เพราะเขารับความเสี่ยงทางกฎหมายในประเทศของเขาไม่ได้

ความเสี่ยงข้อที่สองคือการลงทุนที่สูญเปล่า หากคุณลงทุนพัฒนาสารจากพืชที่มีข้อจำกัด แล้วมาพบภายหลังว่าใช้เชิงพาณิชย์ไม่ได้หรือต้องเจรจาแบ่งปันผลประโยชน์กับชุมชนก่อน การเจรจาที่เริ่มตอนที่คุณลงทุนไปแล้วอยู่ในตำแหน่งที่เสียเปรียบกว่าการเริ่มตั้งแต่ต้นมาก

ความเสี่ยงข้อที่สามคือชื่อเสียง กรณีที่บริษัทต่างชาตินำพืชและภูมิปัญญาท้องถิ่นไปจดสิทธิบัตรโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นเรื่องที่สื่อให้ความสนใจ และแบรนด์ไทยที่ทำแบบเดียวกันกับชุมชนในประเทศตัวเองย่อมเสี่ยงไม่น้อยกว่ากัน

ความเสี่ยงข้อที่สี่คือการยื่นขออนุญาตผลิตภัณฑ์ไม่ผ่าน เพราะพืชบางชนิดใช้ในผลิตภัณฑ์บางประเภทไม่ได้ หรือใช้ได้แต่มีเงื่อนไขปริมาณกำกับ (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 293) พ.ศ. 2548, 2549; พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562, 2562)

บริการนี้ตรวจอะไรให้บ้าง

สถานะของพืชในระบบผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ตรวจว่าพืชที่คุณจะใช้ อนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรได้หรือไม่ เพราะพืชชนิดเดียวกันอาจใช้ได้ในประเภทหนึ่งแต่ใช้ไม่ได้ในอีกประเภทหนึ่ง

บริการตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของพืชและการขออนุญาตใช้ทรัพยากรชีวภาพ — ภาพประกอบที่ 1

เงื่อนไขปริมาณและส่วนที่ใช้ พืชหลายชนิดใช้ได้แต่มีเงื่อนไข เช่น ใช้ได้เฉพาะบางส่วนของต้น หรือใช้ได้ไม่เกินปริมาณที่กำหนด ซึ่งกระทบการออกแบบสูตรโดยตรง

สถานะการเป็นพืชควบคุม ตรวจว่าพืชอยู่ในบัญชีควบคุมตามกฎหมายใดหรือไม่ และหากอยู่ ต้องดำเนินการอย่างไร

สถานะภายใต้กรอบการเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์ ประเมินว่าการใช้พืชและภูมิปัญญาที่เกี่ยวข้องเข้าข่ายต้องขออนุญาตหรือไม่ และหากเข้าข่าย ต้องดำเนินการกับหน่วยงานใดและกับชุมชนใด

ข้อกำหนดของตลาดปลายทาง ตรวจว่าตลาดที่คุณจะขายมีข้อกำหนดเพิ่มเติมเรื่องเอกสารรับรองแหล่งที่มาหรือไม่ ซึ่งบางตลาดเข้มกว่ากฎหมายไทยมาก

สถานะสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้อง ตรวจเบื้องต้นว่ามีสิทธิบัตรที่อาจกระทบการใช้สารหรือกระบวนการที่คุณวางแผนไว้หรือไม่

เมื่อไรที่ควรตรวจ

คำตอบสั้นที่สุดคือ ก่อนใช้เงิน

ในทางปฏิบัติ จุดที่เหมาะที่สุดคือทันทีหลังจากที่คุณเลือกพืชเป้าหมายได้แล้ว แต่ยังไม่ได้สั่งวัตถุดิบและยังไม่ได้เริ่มพัฒนาสูตร ณ จุดนั้นการเปลี่ยนพืชยังไม่มีต้นทุน

จุดที่แย่ที่สุดคือหลังจากผลิตเสร็จและกำลังจะยื่นเอกสาร เพราะทางเลือกที่เหลืออยู่มีน้อยและทุกทางแพง

สำหรับโครงการวิจัยและพัฒนาสารใหม่ ควรตรวจตั้งแต่ขั้นคัดเลือกพืช เพราะการค้นพบว่าพืชมีข้อจำกัดหลังใช้เวลาวิจัยไปหลายเดือนคือความสูญเสียที่ป้องกันได้ด้วยการตรวจไม่กี่วัน

สิ่งที่บริการนี้ช่วยได้ และสิ่งที่ช่วยไม่ได้

ช่วยได้ คือการตรวจสอบสถานะ การประเมินความเสี่ยง การระบุว่าต้องดำเนินการอะไรกับใคร การจัดเตรียมเอกสารในส่วนที่เกี่ยวกับวัตถุดิบและกระบวนการ และการประสานงานกับหน่วยงานและชุมชนที่เกี่ยวข้อง

ช่วยไม่ได้ คือการให้ความเห็นทางกฎหมายที่มีผลผูกพัน ซึ่งเป็นงานของที่ปรึกษากฎหมายที่มีใบอนุญาต เราทำงานร่วมกับที่ปรึกษากฎหมายของคุณหรือแนะนำผู้เชี่ยวชาญให้ได้ และเราบอกตรง ๆ เสมอว่าประเด็นใดอยู่นอกขอบเขตความเชี่ยวชาญของเรา

ทำไมเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ภาระ แต่เป็นโอกาส

มุมที่เราอยากให้ลูกค้าเห็นคือ การทำเรื่องนี้ให้ถูกต้องไม่ได้เป็นแค่การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง แต่เป็นการสร้างข้อได้เปรียบ

บริการตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของพืชและการขออนุญาตใช้ทรัพยากรชีวภาพ — ภาพประกอบที่ 2

เมื่อคุณมีเอกสารยืนยันว่าใช้ทรัพยากรชีวภาพอย่างถูกต้องและมีการแบ่งปันผลประโยชน์กับชุมชนต้นทาง คุณมีสิ่งที่คู่แข่งส่วนใหญ่ไม่มี และเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อในตลาดที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนกำลังมองหา

นอกจากนั้นความสัมพันธ์กับชุมชนต้นทางที่ตั้งอยู่บนข้อตกลงที่เป็นธรรม ยังให้ความมั่นคงด้านวัตถุดิบในระยะยาวที่การซื้อขายแบบครั้งคราวให้ไม่ได้ และเป็นเนื้อหาที่สื่อสารกับผู้บริโภคได้อย่างมีน้ำหนักโดยไม่ต้องเสริมแต่ง

สิ่งที่คุณต้องเตรียม

ชื่อพืชที่จะใช้ ควรระบุชื่อวิทยาศาสตร์หากทราบ เพราะชื่อไทยหลายชื่อใช้เรียกคนละสปีชีส์ได้และสถานะทางกฎหมายอาจต่างกัน

ส่วนของพืชที่จะใช้ แหล่งที่มาของวัตถุดิบว่ามาจากการปลูกหรือเก็บจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นความแตกต่างที่สำคัญมากในกรอบกฎหมายเรื่องนี้ ประเภทผลิตภัณฑ์ปลายทาง ตลาดที่จะขาย และข้อมูลว่าคุณใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือข้อมูลจากชุมชนใดเป็นจุดตั้งต้นหรือไม่

สิ่งที่คุณจะได้รับ

รายงานสถานะทางกฎหมายของพืชที่ตรวจ ระบุว่าใช้ในผลิตภัณฑ์ประเภทใดได้และมีเงื่อนไขอะไร การประเมินว่าเข้าข่ายต้องขออนุญาตเพิ่มหรือไม่ แผนการดำเนินการหากต้องขออนุญาต พร้อมประมาณการเวลาที่ต้องใช้ ข้อเสนอแนะทางเลือกหากพืชที่เลือกมีข้อจำกัด และรายการเอกสารที่ตลาดปลายทางมักขอ

บริการตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของพืชและการขออนุญาตใช้ทรัพยากรชีวภาพ — ภาพประกอบที่ 3

เอกสารที่ผู้ซื้อต่างประเทศเริ่มขอ และวิธีเตรียมไว้ล่วงหน้า

สิ่งที่เปลี่ยนไปในช่วงไม่กี่ปีมานี้ คือคำถามเรื่องที่มาของพืชย้ายจากรายการที่ควรมีถ้าทำได้ ไปอยู่ในรายการที่ต้องมีก่อนคุยเรื่องราคา โดยเฉพาะกับผู้ซื้อในยุโรปและญี่ปุ่นที่มีข้อกำหนดภายในองค์กรของตัวเอง ผู้ส่งออกไทยที่เตรียมเอกสารชุดนี้ไว้ล่วงหน้า จึงเข้าสู่การเจรจาได้เร็วกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน

เอกสารชุดแรกคือหลักฐานว่าพืชนั้นมาจากไหน ระบุถึงระดับแปลงหรือพื้นที่จัดเก็บ พร้อมชื่อผู้ปลูกหรือผู้เก็บ และวันที่เก็บเกี่ยว ข้อมูลนี้ต้องเก็บตั้งแต่ตอนรับวัตถุดิบ เพราะย้อนกลับไปทำภายหลังไม่ได้ ผู้ผลิตที่ซื้อวัตถุดิบผ่านพ่อค้าคนกลางหลายทอดโดยไม่บันทึกอะไร คือผู้ที่จะตอบคำถามนี้ไม่ได้เมื่อถูกถาม

เอกสารชุดที่สองคือการยืนยันชนิดพืชด้วยชื่อวิทยาศาสตร์ พร้อมระบุว่าใช้ส่วนใด และหากเป็นไปได้ควรมีหลักฐานการพิสูจน์เอกลักษณ์ประกอบ ไม่ใช่แค่คำบอกเล่าของผู้ขาย เรื่องนี้สำคัญเป็นพิเศษกับพืชที่มีชื่อไทยซ้ำกันหลายชนิด ซึ่งในสมุนไพรไทยมีอยู่จำนวนไม่น้อย

เอกสารชุดที่สามคือหลักฐานว่าพืชนั้นไม่ได้อยู่ในบัญชีคุ้มครองหรือบัญชีควบคุมการค้าระหว่างประเทศ และถ้าอยู่ ก็มีใบอนุญาตที่ถูกต้อง การตรวจสอบเรื่องนี้ใช้เวลาไม่นานถ้าทำก่อนเริ่มโครงการ แต่กลายเป็นเรื่องใหญ่มากถ้าพบหลังจากผลิตเสร็จและของอยู่ที่ท่าเรือแล้ว

เอกสารชุดสุดท้ายคือส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์ ซึ่งจำเป็นเมื่อพืชนั้นมาจากป่าธรรมชาติ หรือเมื่อมีการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นจุดตั้งต้นของงานพัฒนา ผู้ซื้อจำนวนมากขอเอกสารส่วนนี้แม้กฎหมายปลายทางจะยังไม่บังคับ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายความยั่งยืนของบริษัทเอง การมีเอกสารชุดนี้พร้อมจึงเป็นข้อได้เปรียบทางการค้า ไม่ใช่แค่การทำตามกฎ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: พืชที่ปลูกในสวนของเราเอง ต้องตรวจด้วยไหม

A: ควรตรวจ เพราะประเด็นไม่ได้อยู่ที่กรรมสิทธิ์ในต้นพืช แต่อยู่ที่ว่าพืชชนิดนั้นอยู่ในข่ายควบคุมหรือไม่ และการใช้ประโยชน์นั้นเกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนใดหรือไม่ การเป็นเจ้าของแปลงไม่ได้ตอบคำถามทั้งสองข้อ

Q: พืชที่ขายทั่วไปในตลาดถือว่าปลอดภัยแล้วใช่ไหม

A: ไม่เสมอไป การที่พืชหาซื้อได้ทั่วไปไม่ได้แปลว่าการนำไปพัฒนาเป็นสารสกัดเชิงพาณิชย์และจดคุ้มครองทำได้เสรี โดยเฉพาะเมื่อการพัฒนานั้นอาศัยภูมิปัญญาการใช้แบบดั้งเดิมเป็นจุดตั้งต้น

Q: ถ้าตรวจแล้วพบว่าใช้ไม่ได้จะทำอย่างไร

A: เราเสนอทางเลือก ซึ่งอาจเป็นการเปลี่ยนไปใช้พืชอื่นที่ให้สารกลุ่มเดียวกัน การเปลี่ยนส่วนของพืชที่ใช้ การเปลี่ยนประเภทผลิตภัณฑ์ปลายทาง หรือการดำเนินการขออนุญาตให้ถูกต้อง แล้วแต่ว่าข้อจำกัดเป็นแบบใด

Q: การขออนุญาตใช้เวลานานไหม

A: ขึ้นกับกรณี บางกรณีเป็นเพียงการจัดทำเอกสาร บางกรณีต้องเจรจากับชุมชนและหน่วยงานซึ่งใช้เวลาหลายเดือน เราประเมินและแจ้งกรอบเวลาให้ตั้งแต่ผลการตรวจออก

Q: บริการนี้เหมาะกับใครมากที่สุด

A: ผู้ที่กำลังจะพัฒนาสารจากพืชไทยที่ยังไม่มีใครทำ ผู้ที่กำลังจะส่งออกไปตลาดที่เข้มงวด และผู้ที่ใช้พืชท้องถิ่นเฉพาะถิ่นซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาชุมชน

ก้าวต่อไป

ส่งชื่อพืชที่คุณจะใช้ ส่วนที่ใช้ และตลาดที่จะขาย มาที่ info@zubbbiotech.com หรือ LINE @zubbbiotech เราจะตรวจสอบสถานะและส่งรายงานพร้อมข้อเสนอแนะกลับให้โดยเร็วที่สุด หากคุณกำลังจะเริ่มโครงการใหม่ ตรวจก่อนใช้เงินคือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด

ติดต่อสอบถามและขอใบเสนอราคา

ส่งรายละเอียดงานของคุณมาได้ที่ ติดต่อเรา หรือ LINE @zubbbiotech · โทร 089-056-5651 · 097-297-1777 · อีเมล info@zubbbiotech.com

แหล่งอ้างอิง (References)

  1. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 293) พ.ศ. 2548 เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และที่แก้ไขเพิ่มเติม. (2549, 2 กุมภาพันธ์). ราชกิจจานุเบกษา, 123(ตอนพิเศษ 18 ง).
  2. พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562. (2562, 30 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา, 136(ตอนที่ 56 ก), 1–29.
  3. Secretariat of the Convention on Biological Diversity. (2011). Nagoya Protocol on access to genetic resources and the fair and equitable sharing of benefits arising from their utilization to the Convention on Biological Diversity. United Nations.

สอบถามเกี่ยวกับ บริการตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของพืชและการขออนุญาตใช้ทรัพยากรชีวภาพ

หากคุณมีคำถามหรือต้องการรับคำปรึกษาเกี่ยวกับ บริการตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของพืชและการขออนุญาตใช้ทรัพยากรชีวภาพ คุณสามารถติดต่อเราได้ผ่านแบบฟอร์มติดต่อด้านล่าง

"*" indicates required fields

This field is for validation purposes and should be left unchanged.