บริการเตรียมและอบแห้งวัตถุดิบ (Raw Material Pre-processing Service)
ขั้นที่ตัดสินคุณภาพก่อนถึงถังสกัด
สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนวัตถุดิบมาถึงโรงงาน กำหนดผลลัพธ์มากกว่าที่โรงงานจะแก้ได้
มีความจริงข้อหนึ่งในงานสารสกัดที่ผู้ประกอบการมักรู้ช้าเกินไป คือคุณภาพของสารสกัดถูกกำหนดไว้แล้วส่วนใหญ่ตั้งแต่ก่อนวัตถุดิบเข้าถัง
โรงงานสกัดที่ดีทำให้สารออกมาจากวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ไม่มีโรงงานไหนสร้างสารที่ไม่มีอยู่ในวัตถุดิบขึ้นมาได้ และไม่มีกระบวนการใดที่ย้อนความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้วในขั้นตอนตากแห้งได้
นี่คือเหตุผลที่สมุนไพรชนิดเดียวกันจากสองแหล่ง เมื่อผ่านการสกัดด้วยกระบวนการเดียวกันในโรงงานเดียวกัน กลับให้ผลวิเคราะห์ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ความต่างนั้นเกิดขึ้นก่อนถึงเราแล้ว
บริการนี้จึงเป็นบริการที่มีมูลค่าสูงกว่าที่ราคาบ่งบอก เพราะเป็นขั้นที่ป้องกันความเสียหายซึ่งแก้ทีหลังไม่ได้
สามสิ่งที่เกิดขึ้นกับวัตถุดิบหลังเก็บเกี่ยว
การสูญเสียสารระเหย เริ่มทันทีที่ตัดจากต้น สารกลุ่มน้ำมันหอมระเหยระเหยออกไปกับอากาศตลอดเวลา ทุกชั่วโมงที่วัตถุดิบวางทิ้งไว้คือสารที่หายไปโดยไม่มีทางเรียกคืน
ปฏิกิริยาของเอนไซม์ในพืชเอง พืชที่ยังไม่แห้งยังมีเอนไซม์ทำงานอยู่ และเอนไซม์บางกลุ่มย่อยสารเป้าหมายของคุณ ปรากฏการณ์ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือการเกิดสีน้ำตาลในพืชที่ตัดแล้วทิ้งไว้ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสารกลุ่มโพลีฟีนอลกำลังถูกออกซิไดซ์
การเติบโตของจุลินทรีย์และเชื้อรา เกิดขึ้นเมื่อความชื้นสูงพอ และเป็นความเสียหายที่ร้ายแรงที่สุด เพราะเชื้อราบางชนิดสร้างสารพิษที่ทนความร้อนและไม่หายไปแม้จะสกัดและทำให้บริสุทธิ์แล้ว สารพิษกลุ่มนี้มีเกณฑ์กำกับที่เข้มงวดในทุกตลาด (Codex Alimentarius Commission, 1995)
การจัดการหลังเก็บเกี่ยวที่ถูกต้องคือการหยุดทั้งสามกระบวนการนี้ให้เร็วที่สุด
ความชื้น คือตัวเลขที่ควบคุมทุกอย่าง
ในบรรดาค่าทั้งหมดที่วัดได้จากวัตถุดิบ ความชื้นเป็นค่าที่กำหนดผลลัพธ์มากที่สุด

ความชื้นสูงเกินไป ทำให้จุลินทรีย์เติบโตได้ เกิดเชื้อรา และทำให้วัตถุดิบเสื่อมระหว่างเก็บ นอกจากนั้นยังไปเจือจางระบบตัวทำละลายในขั้นสกัด ทำให้สัดส่วนที่ตั้งใจไว้เปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว และทำให้บดแล้วจับตัวเป็นก้อนแทนที่จะเป็นผง
ความชื้นต่ำเกินไป ก็มีปัญหาเช่นกัน วัตถุดิบที่แห้งเกินจะเปราะและแตกเป็นผงระหว่างขนย้าย ทำให้สูญเสียปริมาณ และในบางกรณีการอบแห้งจนเกินไปหมายถึงใช้ความร้อนนานเกินจำเป็น ซึ่งทำลายสารสำคัญไปพร้อมกัน
ช่วงความชื้นที่เหมาะสมต่างกันตามชนิดวัตถุดิบ และสำหรับสมุนไพรหลายชนิดมีค่ากำหนดไว้แล้วในเภสัชตำรับสมุนไพรไทย ซึ่งเราใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิง (กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, 2564)
วิธีอบแห้งที่เราให้บริการ และเลือกอย่างไร
การอบแห้งด้วยลมร้อน เป็นวิธีมาตรฐานสำหรับวัตถุดิบส่วนใหญ่ ต้นทุนต่ำที่สุดและรองรับปริมาณมากได้ เหมาะกับวัตถุดิบที่สารเป้าหมายทนความร้อน สิ่งที่ต้องควบคุมคืออุณหภูมิและการไหลเวียนของอากาศให้สม่ำเสมอทั่วถาด เพราะจุดที่ลมไม่ผ่านจะแห้งช้ากว่าและกลายเป็นจุดเสี่ยง
การอบแห้งที่อุณหภูมิต่ำ ใช้เวลานานกว่าแต่รักษาสารที่ไวต่อความร้อนได้ดีกว่า เหมาะกับสมุนไพรที่มีน้ำมันหอมระเหยและวัตถุดิบที่มีสารสีที่ต้องรักษาไว้
การอบแห้งแบบเยือกแข็ง ให้ผลดีที่สุดในแง่การรักษาสารและโครงสร้าง แต่ต้นทุนสูงหลายเท่า เหมาะกับวัตถุดิบราคาสูงหรือวัตถุดิบที่สารเสียหายชัดเจนจากความร้อน
การผึ่งในที่ร่มแบบควบคุม สำหรับวัตถุดิบบางชนิดที่ไม่ควรโดนความร้อนและไม่ควรโดนแดดโดยตรง โดยทำในพื้นที่ปิดที่ควบคุมความชื้นและป้องกันสัตว์พาหะ
เราเลือกวิธีจากชนิดสารเป้าหมาย ราคาวัตถุดิบ และปริมาณ ไม่ได้เลือกวิธีที่แพงที่สุดโดยอัตโนมัติ
บริการที่เรารับ
การล้างและคัดแยก ล้างดิน ทราย และสิ่งปนปลอมออก พร้อมคัดส่วนที่เสียหาย ขึ้นรา หรือไม่ใช่ส่วนที่ต้องการออกจากลอต ขั้นนี้กระทบผลตรวจจุลินทรีย์และสิ่งปนปลอมโดยตรง
การหั่นและลดขนาด ให้ได้ขนาดที่แห้งเร็วและสม่ำเสมอ ชิ้นที่หนาบางไม่เท่ากันจะแห้งไม่พร้อมกัน ทำให้บางส่วนแห้งเกินและบางส่วนยังชื้น
การหยุดปฏิกิริยาเอนไซม์ สำหรับวัตถุดิบที่มีปัญหาการเกิดสีน้ำตาล ทำได้ด้วยความร้อนระยะสั้นก่อนอบแห้ง ซึ่งต้องคุมให้พอดีเพราะยาวไปจะทำลายสารเป้าหมายด้วย
การอบแห้งตามวิธีที่เลือก พร้อมบันทึกอุณหภูมิและเวลาตลอดรอบ
การตรวจความชื้นและบรรจุ ตรวจให้ได้ค่าตามเกณฑ์ก่อนบรรจุในภาชนะที่กันความชื้น พร้อมข้อมูลกำกับลอต
สิ่งที่คุณต้องเตรียม
วัตถุดิบสดหรือแห้ง พร้อมข้อมูลวันเก็บเกี่ยวและวิธีจัดการที่ผ่านมา ยิ่งวัตถุดิบมาถึงเราเร็วหลังเก็บเกี่ยว ผลยิ่งดี สำหรับวัตถุดิบที่มีสารระเหยสูง ความต่างระหว่างมาถึงในวันเดียวกับมาถึงในสามวันเห็นได้ชัดในผลวิเคราะห์

ปริมาณขั้นต่ำต่อรอบที่เราแจ้งให้ทราบหลังประเมินงาน ชนิดสารเป้าหมายเพื่อให้เราเลือกวิธีอบแห้งได้เหมาะสม และค่าความชื้นเป้าหมายหากมีข้อกำหนดจากผู้ซื้อหรือจากโรงงานปลายทาง
สิ่งที่คุณจะได้รับ
วัตถุดิบที่ผ่านการเตรียมและอบแห้งตามเกณฑ์ พร้อมรายงานค่าความชื้นสุดท้าย บันทึกอุณหภูมิและเวลาที่ใช้ในการอบแห้ง อัตราการแปลงจากวัตถุดิบสดเป็นวัตถุดิบแห้งซึ่งเป็นตัวเลขที่ใช้คำนวณต้นทุนได้ ผลตรวจจุลินทรีย์ตามเกณฑ์ที่กำหนด (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 416) พ.ศ. 2563, 2563) และคำแนะนำการเก็บรักษาก่อนเข้ากระบวนการถัดไป
ตารางเวลาหลังเก็บเกี่ยวที่เราแนะนำ
ระยะเวลาระหว่างขั้นตอนสำคัญไม่แพ้ตัวขั้นตอนเอง นี่คือกรอบที่เราใช้ทำงานและแนะนำให้เครือข่ายเกษตรกรใช้
ภายในวันที่เก็บเกี่ยว ควรคัดแยกส่วนที่เสียหายออกและเริ่มลดความชื้น สำหรับวัตถุดิบที่มีสารระเหยสูง ทุกชั่วโมงที่ผ่านไปคือสารที่หายไป
ภายในหนึ่งถึงสองวัน ควรเข้าสู่กระบวนการอบแห้งอย่างจริงจัง วัตถุดิบที่กองรวมกันไว้โดยยังชื้นจะเกิดความร้อนจากการหายใจของเซลล์พืชและกลายเป็นจุดเริ่มของเชื้อรา
ก่อนเข้าเก็บ ต้องผ่านการตรวจความชื้นให้ได้ค่าตามเกณฑ์ ไม่ใช่ประเมินด้วยการสัมผัส เพราะความรู้สึกว่าแห้งแล้วกับค่าที่วัดได้มักต่างกัน
ระหว่างเก็บ ควรตรวจซ้ำเป็นระยะ เพราะวัตถุดิบดูดความชื้นกลับจากอากาศได้ โดยเฉพาะในฤดูฝนของไทย
การจัดการตามกรอบนี้เป็นสิ่งที่แยกวัตถุดิบที่ผ่านเกณฑ์ออกจากวัตถุดิบที่ถูกตีกลับ และเป็นสิ่งที่ควบคุมได้โดยไม่ต้องลงทุนเครื่องจักรราคาแพง
ความชื้นเท่าไรจึงเรียกว่าพอ
คำตอบต่างกันตามชนิดวัตถุดิบและตามการใช้งานปลายทาง แต่หลักการที่ใช้ได้ทั่วไปคือ ต้องต่ำพอที่จุลินทรีย์และเชื้อราเติบโตไม่ได้ตลอดอายุการเก็บที่ตั้งใจไว้

สิ่งที่กำหนดจริง ๆ ไม่ใช่ปริมาณน้ำทั้งหมด แต่คือน้ำส่วนที่จุลินทรีย์นำไปใช้ได้ วัตถุดิบสองชนิดที่มีความชื้นเท่ากันจึงอาจเสี่ยงต่างกัน ขึ้นกับว่าน้ำนั้นจับอยู่กับโครงสร้างแน่นแค่ไหน
ในทางปฏิบัติเราใช้ค่าอ้างอิงจากตำรามาตรฐานสำหรับวัตถุดิบที่มีระบุไว้ และใช้ข้อมูลจากการทดสอบสำหรับวัตถุดิบที่ไม่มี พร้อมเผื่อส่วนต่างความปลอดภัยไว้เสมอ เพราะการอบแห้งเพิ่มอีกนิดถูกกว่าการเสียทั้งลอต
การเก็บรักษาหลังอบแห้ง จุดที่งานดีมักเสียของ
หลายโครงการทำขั้นตอนอบแห้งได้ดีมาก แล้วมาเสียของในขั้นตอนที่ดูไม่มีอะไรเลย นั่นคือการเก็บรอจนกว่าจะถึงคิวสกัด เพราะวัตถุดิบแห้งไม่ใช่วัตถุดิบที่หยุดนิ่ง มันยังดูดความชื้นกลับได้ ยังทำปฏิกิริยากับออกซิเจนได้ และยังเป็นอาหารของแมลงและเชื้อราได้เช่นเดิม
เรื่องที่ต้องจัดการอย่างแรกคือการดูดความชื้นกลับ วัตถุดิบที่อบจนได้ความชื้นตามเป้า ถ้าเก็บในถุงที่ไม่กันความชื้นในโรงเก็บที่อากาศชื้น จะไต่กลับขึ้นไปถึงระดับที่เชื้อราเริ่มทำงานได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ บรรจุภัณฑ์จึงเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการอบแห้ง ไม่ใช่เรื่องแยกต่างหาก และสำหรับวัตถุดิบที่ดูดความชื้นเก่ง การใช้ถุงกันความชื้นพร้อมสารดูดความชื้นเป็นการลงทุนที่ถูกกว่าการอบซ้ำมาก
เรื่องที่สองคือแสงและออกซิเจน วัตถุดิบที่มีเม็ดสีหรือน้ำมันหอมระเหยจะเสื่อมด้วยสองปัจจัยนี้ต่อเนื่อง แม้ความชื้นจะควบคุมได้ดี วิธีจัดการคือใช้บรรจุภัณฑ์ทึบแสงและลดปริมาณอากาศในถุง สำหรับวัตถุดิบมูลค่าสูง การไล่อากาศออกก่อนปิดถุงเป็นมาตรฐานที่ควรทำทุกครั้ง
เรื่องที่สามคือแมลง ซึ่งเป็นปัญหาที่แก้ยากที่สุดเมื่อเกิดแล้ว วัตถุดิบสมุนไพรแห้งเป็นที่อยู่ที่ดีของแมลงหลายชนิด และไข่ที่ติดมาตั้งแต่แปลงจะฟักออกมาเมื่อสภาพเหมาะสม การรมหรือการใช้ความเย็นเพื่อกำจัดไข่ก่อนเก็บ เป็นขั้นตอนที่ควรทำสำหรับวัตถุดิบที่จะเก็บนานกว่าสองสามเดือน
เรื่องสุดท้ายคือระบบการเข้าออกของสินค้าในโกดัง วัตถุดิบที่เข้าก่อนต้องออกก่อน และต้องมีป้ายระบุลอตที่อ่านได้จริง เราเห็นโกดังจำนวนมากที่มีของดีเก็บไว้แต่ไม่รู้ว่าถุงไหนมาเมื่อไร ทำให้ต้องวิเคราะห์ใหม่ทั้งหมดก่อนใช้ ซึ่งเป็นต้นทุนที่ป้องกันได้ด้วยระบบป้ายที่ราคาแทบไม่มี
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: อบแห้งเองที่บ้านกับที่โรงงานต่างกันแค่ไหน
A: ต่างกันที่ความสม่ำเสมอและที่เอกสาร การตากแดดให้ผลที่แปรผันตามสภาพอากาศแต่ละวัน และไม่มีบันทึกอุณหภูมิที่ใช้อ้างอิงได้ สำหรับการขายในประเทศแบบทั่วไปอาจพอใช้ได้ แต่สำหรับการขายให้โรงงานหรือส่งออก ต้องมีทั้งความสม่ำเสมอและเอกสาร
Q: ตากแดดทำให้สารสำคัญหายไปไหม
A: สำหรับสารที่ไวต่อแสงและความร้อนใช่ โดยเฉพาะสารกลุ่มสีและน้ำมันหอมระเหย นอกจากนั้นการตากกลางแจ้งยังมีความเสี่ยงเรื่องฝุ่น สัตว์พาหะ และฝนที่ทำให้ต้องเริ่มใหม่
Q: อบแห้งแล้ววัตถุดิบเหลือน้ำหนักเท่าไร
A: ต่างกันมากตามชนิดและส่วนที่ใช้ ใบและผลสดสูญเสียน้ำหนักมากกว่าเมล็ดและเปลือกอย่างชัดเจน เรารายงานอัตราจริงให้ทุกลอตเพื่อให้คุณวางแผนปริมาณวัตถุดิบสดที่ต้องเตรียมในรอบถัดไป
Q: มีวัตถุดิบแห้งอยู่แล้วแต่ความชื้นสูงเกิน จะแก้ได้ไหม
A: ได้ หากยังไม่มีเชื้อราขึ้น เราอบซ้ำให้ได้ แต่หากตรวจพบเชื้อราหรือสารพิษจากเชื้อราแล้ว การอบซ้ำไม่ช่วย เพราะสารพิษไม่สลายด้วยความร้อน กรณีนี้เราจะแจ้งตรง ๆ ว่าลอตนั้นไม่ควรใช้
Q: ทำต่อเนื่องกับการสกัดได้เลยไหม
A: ได้ และเป็นรูปแบบที่ให้ผลดีที่สุด เพราะวัตถุดิบไม่ต้องผ่านการเก็บและขนส่งซ้ำระหว่างขั้นตอน ซึ่งเป็นช่วงที่ความชื้นอาจกลับเข้าไปใหม่
ก้าวต่อไป
แจ้งชนิดวัตถุดิบ ปริมาณ และสารเป้าหมาย มาที่ info@zubbbiotech.com หรือ LINE @zubbbiotech เราจะเสนอวิธีอบแห้งที่เหมาะสม ค่าความชื้นเป้าหมาย และกรอบราคากลับให้โดยเร็วที่สุด หากวัตถุดิบของคุณเพิ่งเก็บเกี่ยว ติดต่อมาก่อนได้เลย เพราะเวลาเป็นตัวแปรที่สำคัญที่สุดในขั้นนี้
ติดต่อสอบถามและขอใบเสนอราคา
ส่งรายละเอียดงานของคุณมาได้ที่ ติดต่อเรา หรือ LINE @zubbbiotech · โทร 089-056-5651 · 097-297-1777 · อีเมล info@zubbbiotech.com
แหล่งอ้างอิง (References)
- กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์. (2564). เภสัชตำรับสมุนไพรไทย ฉบับ พ.ศ. 2564 [Thai herbal pharmacopoeia 2021]. สำนักยาและวัตถุเสพติด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์.
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 416) พ.ศ. 2563 เรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน หลักเกณฑ์เงื่อนไข และวิธีการในการตรวจวิเคราะห์ของอาหารด้านจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค. (2563, 9 ตุลาคม). ราชกิจจานุเบกษา, 137(ตอนพิเศษ 237 ง), 9.
- Codex Alimentarius Commission. (1995). General standard for contaminants and toxins in food and feed (CXS 193-1995). Food and Agriculture Organization of the United Nations & World Health Organization.