บริการจัดหาวัตถุดิบสมุนไพร (Raw Material Sourcing Service)
จากแปลงถึงถังสกัด
คำถามแรกที่ผู้ซื้อระดับองค์กรถาม
เวลาคุยกับผู้ซื้อรายย่อย คำถามแรกมักเป็นเรื่องราคา แต่เวลาคุยกับฝ่ายจัดซื้อของบริษัทใหญ่หรือผู้นำเข้าจากต่างประเทศ คำถามแรกแทบไม่เคยเป็นเรื่องราคา
คำถามแรกของพวกเขาคือ วัตถุดิบมาจากไหน
เหตุผลไม่ใช่ความสงสัยส่วนตัว แต่เป็นเพราะแหล่งที่มาเป็นตัวกำหนดสามเรื่องที่กระทบเขาโดยตรง เรื่องแรกคือความสม่ำเสมอของสารสำคัญ เพราะดิน สภาพอากาศ และสายพันธุ์กำหนดปริมาณสารในพืช เรื่องที่สองคือความเสี่ยงเรื่องสารตกค้าง เพราะแปลงที่ใช้สารเคมีต่างจากแปลงที่ไม่ใช้อย่างชัดเจนในผลวิเคราะห์ เรื่องที่สามคือความเป็นไปได้ในการส่งออก เพราะหลายตลาดกำหนดให้ต้องตามรอยย้อนกลับได้ถึงระดับแปลง
สำหรับแบรนด์ที่ซื้อสารสกัดจากพ่อค้าคนกลางโดยไม่รู้ต้นทาง เรื่องนี้กลายเป็นจุดอ่อนทันทีที่เริ่มคุยกับผู้ซื้อระดับนี้ และมักเป็นเหตุผลที่ดีลจบลงก่อนจะถึงการเจรจาราคา บริการนี้ปิดช่องว่างตรงนั้น
ทำไมวัตถุดิบชนิดเดียวกันถึงให้ผลไม่เท่ากัน
สิ่งที่ทำให้งานสารสกัดยากกว่างานอุตสาหกรรมทั่วไป คือวัตถุดิบไม่ได้ผลิตในโรงงานแต่เติบโตในธรรมชาติ
สายพันธุ์ เป็นตัวแปรที่มีน้ำหนักมากที่สุดและถูกมองข้ามบ่อยที่สุด พืชชนิดเดียวกันคนละสายพันธุ์ให้ปริมาณสารสำคัญต่างกันได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งที่หน้าตาภายนอกแทบไม่ต่างกันเลย การเลือกสายพันธุ์จึงเป็นการตัดสินใจทางเทคนิค ไม่ใช่แค่เรื่องเกษตร และเป็นจุดเริ่มของการควบคุมคุณภาพที่แท้จริง
แหล่งปลูก ดินและสภาพอากาศมีผลต่อทั้งปริมาณสารสำคัญและความเสี่ยงเรื่องโลหะหนัก พืชบางชนิดดูดสะสมโลหะหนักจากดินได้มากกว่าชนิดอื่น หากปลูกในพื้นที่ที่ดินมีโลหะหนักสูง ผลวิเคราะห์จะสะท้อนออกมาไม่ว่าจะควบคุมกระบวนการผลิตดีแค่ไหน เกณฑ์สากลสำหรับสารปนเปื้อนในวัตถุดิบสมุนไพรจึงเริ่มต้นที่การเลือกพื้นที่ปลูก ไม่ใช่ที่โรงงาน (World Health Organization, 2007)
ช่วงเวลาเก็บเกี่ยว ปริมาณสารสำคัญเปลี่ยนตามอายุต้น ฤดูกาล และแม้แต่ช่วงเวลาของวัน การเก็บเร็วไปหรือช้าไปเพียงไม่กี่สัปดาห์ทำให้เปอร์เซ็นต์สารสำคัญต่างกันจนหลุดสเปกได้ นี่คือเหตุผลที่เรากำหนดหน้าต่างเวลาเก็บเกี่ยวไว้ในข้อตกลงกับเกษตรกร แทนที่จะปล่อยให้ขึ้นกับความสะดวกของแต่ละราย
วิธีจัดการหลังเก็บเกี่ยว สมุนไพรที่ตากบนพื้นดินกับที่ตากบนแคร่ยกสูงให้ผลตรวจจุลินทรีย์ต่างกันชัดเจน และสมุนไพรที่ตากไม่แห้งพอมีความเสี่ยงเรื่องเชื้อราซึ่งนำไปสู่สารพิษจากเชื้อรา อันเป็นรายการที่ผู้ซื้อต่างประเทศตรวจเสมอ (Codex Alimentarius Commission, 1995)
สิ่งที่บริการนี้ครอบคลุม
การคัดสายพันธุ์ เราเริ่มจากการกำหนดว่าสายพันธุ์ใดให้สารสำคัญตรงกับที่โครงการของคุณต้องการ โดยดูจากข้อมูลงานวิจัย จากข้อกำหนดในเภสัชตำรับสมุนไพรไทยหากพืชชนิดนั้นมีระบุไว้ (กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, 2564) และจากผลวิเคราะห์ตัวอย่างจริงจากแหล่งต่าง ๆ

การเลือกแหล่งปลูก พิจารณาทั้งสภาพดิน ประวัติการใช้ที่ดิน แหล่งน้ำ และระยะห่างจากแหล่งกำเนิดมลพิษ พร้อมเก็บตัวอย่างดินและตัวอย่างพืชมาวิเคราะห์ก่อนตัดสินใจ
การทำสัญญาปลูก ตกลงสายพันธุ์ วิธีดูแล ช่วงเก็บเกี่ยว วิธีจัดการหลังเก็บ และราคารับซื้อล่วงหน้ากับเครือข่ายเกษตรกร ข้อดีของรูปแบบนี้คือทั้งสองฝ่ายวางแผนได้ เกษตรกรรู้ว่าจะขายได้เท่าไรและเมื่อไร ส่วนคุณรู้ว่าจะได้ของเมื่อไรและคุณภาพประมาณไหน
การตรวจรับวัตถุดิบ ตรวจความชื้น สิ่งปนปลอม และสภาพโดยรวมก่อนเข้ากระบวนการ พร้อมเก็บตัวอย่างวิเคราะห์และเก็บตัวอย่างสำรองไว้สำหรับตรวจย้อนหลัง
การจัดทำเอกสารตามรอย บันทึกที่เชื่อมลอตสารสกัดกลับไปถึงแปลง สายพันธุ์ และวันเก็บเกี่ยว เอกสารชุดนี้คือสิ่งที่ทำให้คุณตอบคำถามแรกของผู้ซื้อระดับองค์กรได้
เมื่อไรที่ควรใช้บริการนี้ และเมื่อไรที่ยังไม่จำเป็น
เราไม่คิดว่าทุกโครงการต้องใช้บริการนี้ตั้งแต่วันแรก
ยังไม่จำเป็น หากคุณอยู่ในช่วงทดลองสูตร ผลิตลอตเล็ก และยังไม่แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์จะไปต่อหรือไม่ ในช่วงนี้การซื้อวัตถุดิบจากตลาดตามความจำเป็นยืดหยุ่นกว่าและถูกกว่า
เริ่มจำเป็น เมื่อคุณเริ่มสั่งซ้ำเป็นประจำ เมื่อลูกค้าเริ่มทักว่าลอตนี้ไม่เหมือนลอตก่อน หรือเมื่อมีผู้ซื้อรายใหญ่เริ่มถามเรื่องแหล่งที่มา
จำเป็นแน่นอน เมื่อคุณกำลังจะส่งออก เมื่อกำลังจะขายให้โรงงานผลิตอาหารเสริมหรือโรงงานผลิตเครื่องสำอางที่มีระบบตรวจสอบผู้ขาย หรือเมื่อพืชที่ใช้เป็นพืชท้องถิ่นที่อาจอยู่ในข่ายต้องขออนุญาตก่อนนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ (Secretariat of the Convention on Biological Diversity, 2011)
ประเด็นกฎหมายที่คนไทยมักไม่รู้
การนำพืชท้องถิ่นไปพัฒนาเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ไม่ได้เป็นเรื่องที่ทำได้เสรีทุกกรณี มีพืชบางกลุ่มที่อยู่ในข่ายควบคุมตามกฎหมายไทย และมีกรอบระหว่างประเทศว่าด้วยการเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพที่ประเทศไทยเป็นภาคี
เรื่องนี้แทบไม่มีใครเขียนถึงในวงการสารสกัดไทย ทั้งที่เป็นความเสี่ยงจริงสำหรับแบรนด์ที่ใช้พืชท้องถิ่นและตั้งใจจะขายในตลาดยุโรปหรือญี่ปุ่น ซึ่งผู้นำเข้ามักขอเอกสารยืนยันเรื่องนี้
เราตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของพืชให้ก่อนเริ่มโครงการเสมอ และแจ้งให้ทราบตั้งแต่ขั้นประเมินหากพบว่าต้องดำเนินการขออนุญาตเพิ่ม เพราะการรู้ตอนต้นคือเรื่องของขั้นตอน แต่การรู้ตอนที่ผลิตไปแล้วคือเรื่องของความเสียหาย
สิ่งที่คุณต้องเตรียม
ชื่อพืชและส่วนที่ใช้ ปริมาณที่ต้องการต่อปีเพื่อวางแผนพื้นที่ปลูกและรอบเก็บเกี่ยว สเปกที่ต้องการ เช่น ปริมาณสารสำคัญขั้นต่ำหรือข้อกำหนดปลอดสารเคมี และตลาดปลายทางที่จะขาย เพราะบางตลาดมีข้อกำหนดเรื่องแหล่งที่มาและสารตกค้างที่เข้มกว่าตลาดในประเทศมาก

หากคุณมีเครือข่ายเกษตรกรอยู่แล้ว บอกเราตั้งแต่ต้น เราทำงานร่วมกับเครือข่ายเดิมของลูกค้าได้ และช่วยยกระดับระบบบันทึกข้อมูลของเครือข่ายนั้นให้ผ่านเกณฑ์ที่ผู้ซื้อต้องการ
สิ่งที่คุณจะได้รับ
วัตถุดิบตามสเปกที่ตกลง พร้อมกำหนดส่งที่วางแผนล่วงหน้าได้ เอกสารแหล่งที่มาที่ระบุแปลง สายพันธุ์ และวันเก็บเกี่ยว ผลวิเคราะห์วัตถุดิบตั้งต้น และแผนสำรองสำหรับปีที่ผลผลิตไม่เป็นไปตามคาด ซึ่งเป็นสิ่งที่การซื้อจากตลาดกลางไม่มีให้

ฤดูกาลและแหล่งปลูก ตัวแปรที่ราคาไม่ได้บอก
เวลาผู้ซื้อเทียบวัตถุดิบสองแหล่ง สิ่งที่เห็นมักมีแค่ราคาต่อกิโลกรัมกับปริมาณที่ส่งได้ แต่สองตัวแปรที่กำหนดว่าสารสกัดจะออกมาเป็นอย่างไร กลับไม่ปรากฏในใบเสนอราคาเลย นั่นคือช่วงเวลาที่เก็บเกี่ยว และสภาพของแหล่งปลูก
พืชสร้างสารทุติยภูมิขึ้นมาเพื่อตอบสนองต่อสภาพแวดล้อม ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อให้เราสกัด ปริมาณของสารเหล่านี้จึงขึ้นกับความเข้มแสง ช่วงกลางวัน อุณหภูมิกลางคืน ปริมาณน้ำที่ได้รับ และแม้แต่ความเครียดจากแมลง พืชชนิดเดียวกัน สายพันธุ์เดียวกัน ปลูกห่างกันไม่กี่ร้อยกิโลเมตร ให้ค่าสารสำคัญต่างกันได้อย่างมีนัยสำคัญ และพืชแปลงเดียวกันที่เก็บต่างช่วงของปี ก็ให้ค่าต่างกันได้เช่นกัน
เรื่องนี้มีนัยทางธุรกิจที่ตรงไปตรงมา ถ้าคุณซื้อวัตถุดิบตามราคาที่ถูกที่สุดในแต่ละรอบ โดยไม่กำหนดแหล่งและช่วงเก็บเกี่ยว คุณกำลังยอมรับความผันแปรที่จะไปโผล่ที่ผลวิเคราะห์ของสารสกัดทุกลอต และไปโผล่ที่ต้นทุนการปรับมาตรฐานในภายหลัง ผู้ผลิตที่ทำงานกับพืชชนิดเดิมมานาน จะรู้ว่าช่วงไหนของปีที่พืชชนิดนั้นให้ค่าดีที่สุด และจะวางแผนซื้อเก็บในช่วงนั้นแทนการซื้อกระจายทั้งปี
สิ่งที่เราทำในบริการนี้จึงไม่ใช่แค่หาว่าใครมีของขาย แต่คือการทำแผนที่ว่าแหล่งใดให้ค่าอะไร ในช่วงไหน ที่ราคาเท่าไร แล้วออกแบบแผนการซื้อให้สอดคล้องกับปริมาณที่คุณต้องใช้จริงตลอดปี ในบางกรณีคำตอบคือซื้อครั้งเดียวในฤดูที่ดีที่สุดแล้วเก็บ ซึ่งแลกมาด้วยต้นทุนการเก็บรักษาและความเสี่ยงเรื่องการเสื่อมสภาพ ในบางกรณีคำตอบคือกระจายแหล่งเพื่อลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ แม้จะได้ค่าเฉลี่ยที่ต่ำลงเล็กน้อย
การเลือกระหว่างสองทางนี้ไม่มีคำตอบสำเร็จรูป ขึ้นกับว่าสินค้าปลายทางของคุณอ่อนไหวกับความผันแปรแค่ไหน และคุณมีเงินทุนหมุนเวียนพอจะซื้อเก็บหรือไม่ เราจึงนำเสนอทั้งสองทางพร้อมตัวเลขให้คุณตัดสินใจ แทนการเสนอทางเดียวแล้วบอกว่านี่คือวิธีที่ถูกต้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ต่างจากการซื้อจากตลาดกลางอย่างไร
A: ตลาดกลางให้ราคาที่ยืดหยุ่นกว่าในระยะสั้นและไม่ต้องผูกพันล่วงหน้า แต่ไม่ให้ข้อมูลสายพันธุ์และแหล่งที่มา ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อระดับองค์กรและตลาดส่งออกต้องการ และไม่ให้ความสม่ำเสมอที่จำเป็นสำหรับสูตรที่ตั้งไว้แล้ว
Q: ราคาสูงกว่าไหม
A: ต่อกิโลกรัมมักสูงกว่า แต่ควรเทียบที่ต้นทุนต่อสารสกัดที่ผ่านเกณฑ์ ไม่ใช่ต่อวัตถุดิบตั้งต้น เพราะวัตถุดิบที่สารสำคัญต่ำต้องใช้ปริมาณมากขึ้นเพื่อให้ได้สารสกัดเท่าเดิม และลอตที่ไม่ผ่านเกณฑ์คือต้นทุนที่จมทั้งก้อน
Q: ใช้เวลาเตรียมนานแค่ไหน
A: ขึ้นกับว่าพืชชนิดนั้นมีรอบปลูกอย่างไร สำหรับพืชล้มลุกอาจเริ่มส่งได้ภายในหนึ่งรอบเพาะปลูก ส่วนพืชยืนต้นต้องวางแผนยาวกว่านั้นมาก เราให้ไทม์ไลน์ที่ชัดเจนตั้งแต่ขั้นเสนอ
Q: รับซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรที่เรามีอยู่แล้วได้ไหม
A: ได้ และเป็นรูปแบบที่เราสนับสนุน เพราะเครือข่ายที่มีความสัมพันธ์อยู่แล้วมักให้ความร่วมมือดีกว่า เราช่วยวางระบบบันทึกและเกณฑ์ตรวจรับให้ตรงกับที่ผู้ซื้อปลายทางต้องการ
Q: สั่งจัดหาวัตถุดิบอย่างเดียวโดยไม่สกัดกับเราได้ไหม
A: ได้ แต่ลูกค้าส่วนใหญ่เลือกใช้ต่อเนื่องกัน เพราะการควบคุมตั้งแต่แปลงจนถึงสารสกัดในระบบเดียวทำให้เอกสารตามรอยย้อนกลับสมบูรณ์กว่า และลดจุดที่ความรับผิดชอบไม่ชัดเจน
ก้าวต่อไป
แจ้งชนิดพืช ปริมาณที่ต้องการต่อปี และตลาดที่จะขาย มาที่ info@zubbbiotech.com หรือ LINE @zubbbiotech เราจะตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของพืช ประเมินความเป็นไปได้ในการจัดหา และเสนอแผนพร้อมไทม์ไลน์กลับให้โดยเร็วที่สุด
ติดต่อสอบถามและขอใบเสนอราคา
ส่งรายละเอียดงานของคุณมาได้ที่ ติดต่อเรา หรือ LINE @zubbbiotech · โทร 089-056-5651 · 097-297-1777 · อีเมล info@zubbbiotech.com
แหล่งอ้างอิง (References)
- กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์. (2564). เภสัชตำรับสมุนไพรไทย ฉบับ พ.ศ. 2564 [Thai herbal pharmacopoeia 2021]. สำนักยาและวัตถุเสพติด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์.
- Codex Alimentarius Commission. (1995). General standard for contaminants and toxins in food and feed (CXS 193-1995). Food and Agriculture Organization of the United Nations & World Health Organization.
- Secretariat of the Convention on Biological Diversity. (2011). Nagoya Protocol on access to genetic resources and the fair and equitable sharing of benefits arising from their utilization to the Convention on Biological Diversity. United Nations.
- World Health Organization. (2007). WHO guidelines for assessing quality of herbal medicines with reference to contaminants and residues.