แก้ปัญหาที่ทำให้สูตรดีขายไม่ออก

จุดที่โครงการล้มบ่อยที่สุด ไม่ใช่ห้องแล็บ แต่คือโต๊ะชิม

เราเห็นรูปแบบนี้ซ้ำจนจำได้ สูตรผ่านการทดสอบทางเคมีมาแล้วอย่างสวยงาม ปริมาณสารสำคัญตรงเป้า ผลตรวจความปลอดภัยผ่านทุกรายการ เอกสารครบ แล้วโครงการก็มาหยุดตอนที่ทีมนั่งลงชิมกัน

หรืออีกแบบหนึ่ง ทุกอย่างผ่านหมด ผลิตออกขายจริง แล้วยอดซื้อซ้ำไม่มา เมื่อไปถามลูกค้าจึงพบว่าเขาชงแล้วมีตะกอนลอยอยู่ก้นแก้ว หรือกลิ่นแรงจนดื่มไม่ไหว

ปัญหาสองข้อนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะกระทบยอดซื้อซ้ำโดยตรง ซึ่งเป็นตัวเลขที่ตัดสินว่าแบรนด์จะอยู่รอดหรือไม่ และเป็นสาเหตุที่ทำให้แบรนด์ต้องถอนสินค้ากลางทางบ่อยกว่าที่หลายคนคิด

บริการนี้แก้ทั้งสองเรื่องในกระบวนการเดียวกัน เพราะเทคนิคที่ใช้แก้การละลายมักช่วยเรื่องรสไปพร้อมกัน

ทำไมสารออกฤทธิ์ถึงมักขม

คำอธิบายอยู่ที่โครงสร้างของโมเลกุล

สารกลุ่มที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพหลายชนิด โดยเฉพาะแอลคาลอยด์ (Alkaloids) และสารกลุ่มฟีนอลิก (Phenolics) มีโครงสร้างที่จับกับตัวรับรสขมบนลิ้นได้ดี ในทางชีววิทยาเรื่องนี้มีเหตุผล เพราะความขมเป็นสัญญาณเตือนตามธรรมชาติสำหรับสารที่มีฤทธิ์แรง

ผลที่ตามมาในทางปฏิบัติคือ ความขมมักมาคู่กับความแรงของสาร ยิ่งคุณยกเปอร์เซ็นต์สารสำคัญขึ้นเพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีจุดขาย ความขมมักตามขึ้นไปด้วย

นี่คือเหตุผลที่เราแนะนำให้วางแผนเรื่องรสไว้ตั้งแต่ตอนกำหนดสเปกของสารสกัด ไม่ใช่มาแก้ทีหลังเมื่อผลิตออกมาแล้ว เพราะการแก้ทีหลังมีทางเลือกน้อยกว่าและแพงกว่า

เรื่องการละลาย ที่มักถูกค้นพบตอนสาย

ปัญหาการละลายมีสองแบบที่คนมักสับสน

บริการปรับสารสกัดให้ละลายน้ำและปกปิดรสขม (Solubility & Taste Masking Service) — ภาพประกอบที่ 1

แบบแรกคือสารไม่ละลายน้ำเลยตั้งแต่ต้น ซึ่งพบในสารกลุ่มไม่ชอบน้ำ เช่น เคอร์คูมินอยด์ และกลุ่มสารสีที่ละลายในไขมัน แบบนี้เห็นชัดตั้งแต่ทดลองครั้งแรก

แบบที่สองยากกว่า คือสารละลายได้ในตอนแรกแล้วตกตะกอนภายหลัง อาจเกิดหลังจากทิ้งไว้ไม่กี่ชั่วโมง หลังจากเปลี่ยนอุณหภูมิ หรือหลังจากผสมกับส่วนประกอบอื่นในสูตร ปัญหาแบบนี้มักถูกค้นพบตอนที่ผลิตล็อตแรกไปแล้ว เพราะการทดลองในห้องแล็บใช้เวลาสั้นเกินกว่าจะเห็น

เราทดสอบทั้งสองแบบให้ก่อนส่งมอบ โดยดูทั้งการละลายทันทีและการคงสภาพหลังทิ้งไว้ตามระยะเวลาที่ตกลง

แนวทางที่เราใช้

การเคลือบผิวอนุภาค (Coating) สร้างชั้นบางห่อผงไว้ ทำให้สารไม่สัมผัสลิ้นโดยตรงระหว่างดื่ม แล้วชั้นเคลือบจะแตกตัวหลังจากผ่านช่องปากไปแล้ว เป็นวิธีที่ต้นทุนไม่สูงและเหมาะกับผงชงดื่ม

การกักเก็บสาร (Encapsulation) ห่อหุ้มสารไว้ในอนุภาค แก้ทั้งรสและการละลายพร้อมกัน เป็นทางเลือกที่ให้ผลดีที่สุดสำหรับสารที่มีปัญหาทั้งสองด้าน แต่มีต้นทุนสูงกว่าและต้องทดสอบความเข้ากันได้กับสูตร

การใช้สารช่วยลดการรับรส (Taste Modifiers) สารกลุ่มนี้ลดการส่งสัญญาณความขมโดยไม่ต้องเติมความหวานเพิ่ม เหมาะกับสูตรที่ต้องการเลี่ยงน้ำตาลหรือต้องการรักษาค่าพลังงานให้ต่ำ

การสร้างสารประกอบเชิงซ้อน (Complexation) จับสารเป้าหมายไว้กับโมเลกุลพาที่มีโพรงตรงกลาง ทำให้สารที่ไม่ชอบน้ำถูกซ่อนไว้ข้างใน ผลคือละลายน้ำได้ดีขึ้นและรสลดลงพร้อมกัน

การปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ (Format Change) บางกรณีทางออกที่ประหยัดที่สุดคือไม่แก้ที่สาร แต่เปลี่ยนจากผงชงเป็นแคปซูลหรือเม็ดเคลือบ ซึ่งทำให้ปัญหารสหายไปทั้งหมดโดยไม่ต้องเสียค่ากระบวนการเพิ่ม เราจะบอกคุณถ้าประเมินแล้วว่านี่คือคำตอบ แม้จะหมายความว่าเราได้งานน้อยลงก็ตาม

ราคาที่ต้องจ่าย นอกจากค่าบริการ

ทุกวิธีที่กล่าวมามีสิ่งที่ต้องแลก และเราบอกให้ทราบก่อนเสมอ

สิ่งแรกคือ เปอร์เซ็นต์สารสำคัญลดลง ตามสัดส่วนของสารที่เติมเข้าไป ถ้าคุณตกลงกับลูกค้าปลายทางไว้แล้วว่าจะส่งมอบสารสกัดที่มีสารสำคัญไม่ต่ำกว่าค่าหนึ่ง ต้องคำนวณย้อนกลับตั้งแต่ก่อนเริ่ม

สิ่งที่สองคือ ส่วนประกอบที่เพิ่มขึ้นบนฉลาก สารทุกตัวที่เติมเข้าไปต้องแสดงบนฉลากส่วนประกอบ ซึ่งอาจกระทบการวางตำแหน่งของแบรนด์ที่ชูความเป็นธรรมชาติ หรือกระทบกลุ่มผู้บริโภคที่เลี่ยงส่วนผสมบางชนิด เราเลือกวัสดุที่อยู่ในบัญชีวัตถุเจือปนอาหารที่อนุญาต (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 293) พ.ศ. 2548, 2549) และแจ้งชื่อที่ต้องใช้เขียนบนฉลากให้ครบ

สิ่งที่สามคือ ปริมาณต่อหน่วยบริโภคที่มากขึ้น เมื่อสารสำคัญเจือจางลง ปริมาณผงต่อซองอาจต้องเพิ่มเพื่อให้ได้ปริมาณสารเท่าเดิม ซึ่งกระทบทั้งขนาดบรรจุภัณฑ์และต้นทุนต่อหน่วย

ขั้นตอนการทำงานของเรา

การหาสาเหตุที่แท้จริง เริ่มจากทดสอบว่าปัญหาเกิดจากตัวสารสกัดเอง จากส่วนประกอบอื่นในสูตร หรือจากปฏิกิริยาระหว่างกัน ขั้นนี้สำคัญเพราะหลายครั้งสิ่งที่ต้องแก้ไม่ใช่สารสกัด แต่เป็นลำดับการผสมหรือความเป็นกรดด่างของสูตร ซึ่งแก้ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

บริการปรับสารสกัดให้ละลายน้ำและปกปิดรสขม (Solubility & Taste Masking Service) — ภาพประกอบที่ 2

การเลือกแนวทางและทดลองเปรียบเทียบ เราทดลองอย่างน้อยสองแนวทางขนานกัน เพื่อให้คุณเห็นว่าแต่ละแบบแลกอะไรกับอะไร แล้วตัดสินใจจากข้อมูลจริงไม่ใช่จากคำอธิบาย

การทดสอบกับผู้ชิม สำหรับงานที่เรื่องรสเป็นประเด็นหลัก เราจัดการทดสอบชิมแบบมีโครงสร้างให้ได้ เพราะความเห็นของทีมงานสองสามคนไม่พอจะตัดสินใจเรื่องที่กระทบยอดขาย

การผลิตและวิเคราะห์ยืนยัน ผลิตตามแนวทางที่เลือก แล้ววิเคราะห์เปรียบเทียบค่าสารสำคัญและค่าการละลายก่อนและหลัง

สิ่งที่คุณต้องเตรียม

สารสกัดที่มีปัญหา พร้อมข้อมูลปริมาณที่ใช้ในสูตร สูตรปลายทางโดยสังเขปเพื่อดูว่าส่วนประกอบอื่นช่วยหรือซ้ำเติมปัญหา และระดับที่ยอมรับได้ให้ชัดเจน เช่น ต้องละลายใสในน้ำอุณหภูมิห้องภายในกี่วินาที หรือความขมต้องอยู่ในระดับที่ผู้ทดสอบส่วนใหญ่ยอมรับได้

ข้อจำกัดด้านส่วนผสมทั้งหมด เช่น ห้ามใช้น้ำตาล ต้องปลอดสารก่อภูมิแพ้ ต้องเป็นฮาลาล หรือต้องไม่มีส่วนประกอบจากสัตว์ เพราะข้อจำกัดเหล่านี้ตัดตัวเลือกออกไปหลายตัว และรู้ช้าจะต้องทดลองใหม่

หากสูตรนี้จะไปผลิตที่โรงงานรับผลิตอาหารเสริม ควรส่งข้อกำหนดของโรงงานมาด้วย เพราะบางแห่งมีข้อจำกัดเรื่องวัตถุดิบที่รับเข้าสายการผลิต

สิ่งที่คุณจะได้รับ

สารสกัดที่ผ่านการปรับ พร้อมตัวอย่างสำหรับทดสอบชิมและทดลองในสูตรจริง ข้อมูลเปรียบเทียบก่อนและหลังทั้งด้านการละลายและปริมาณสารสำคัญที่เหลือ ข้อมูลส่วนประกอบที่เติมเข้าไปพร้อมชื่อที่ต้องใช้บนฉลาก และคำแนะนำการปรับสูตรปลายทางหากจำเป็น

บริการปรับสารสกัดให้ละลายน้ำและปกปิดรสขม (Solubility & Taste Masking Service) — ภาพประกอบที่ 3

ลำดับการทดสอบที่ทำให้ไม่ต้องกลับมาแก้ซ้ำ

งานปรับการละลายและกลบรสมีลักษณะเฉพาะอย่างหนึ่ง คือทุกการแก้ปัญหาหนึ่งมักสร้างปัญหาใหม่อีกหนึ่ง การเติมสารช่วยละลายอาจทำให้รสเปลี่ยน การเติมสารกลบรสอาจทำให้ความคงตัวเปลี่ยน และการเปลี่ยนค่าความเป็นกรดด่างเพื่อให้ละลายดีขึ้น อาจทำให้สารสำคัญสลายเร็วขึ้น การเรียงลำดับการทดสอบให้ถูกจึงประหยัดรอบการทำงานได้มาก

ลำดับที่เราใช้เริ่มจากการยืนยันพฤติกรรมพื้นฐานของสารก่อน ว่าละลายได้เท่าไรในตัวกลางที่จะใช้จริง ที่อุณหภูมิที่สินค้าจะเจอจริง ขั้นนี้ฟังดูพื้นฐานแต่มักถูกข้าม เพราะหลายทีมทดสอบในน้ำกลั่นที่อุณหภูมิห้อง แล้วไปเจอปัญหาเมื่อสูตรจริงมีน้ำตาล มีกรด และต้องแช่เย็น

ขั้นที่สองคือหาว่ารสที่เป็นปัญหาคือรสอะไร ขม ฝาด เฝื่อน หรือกลิ่นที่ค้างในลำคอ เพราะแต่ละอย่างแก้ด้วยคนละวิธี การเรียกรวมว่ารสไม่ดีแล้วเติมสารแต่งกลิ่นเข้าไป เป็นสาเหตุที่ทำให้สินค้าจำนวนมากมีรสหวานจัดกลบทุกอย่างจนไม่เหลือเอกลักษณ์

ขั้นที่สามคือทดสอบทางเลือกแบบขนาน ไม่ใช่แบบเรียงทีละอย่าง เพราะการลองทีละวิธีแล้วรอผลก่อนลองวิธีถัดไป ทำให้โครงการยืดออกไปหลายเดือนโดยไม่จำเป็น เราตั้งชุดทดลองที่ครอบคลุมสามถึงสี่แนวทางพร้อมกัน แล้วให้ผู้ชิมประเมินในรอบเดียว

ขั้นสุดท้ายคือทดสอบความคงตัวของสูตรที่ผ่านการชิม ก่อนจะประกาศว่าจบ สูตรที่รสดีในวันแรกแต่รสเปลี่ยนในเดือนที่สาม คือสูตรที่ยังไม่จบ และเป็นจุดที่โครงการจำนวนมากพลาด เพราะรีบสรุปหลังการชิมรอบแรกโดยยังไม่มีข้อมูลตามเวลา

สิ่งที่ควรกำหนดไว้ก่อนเริ่มทั้งหมดนี้ คือเกณฑ์ว่าอย่างไรจึงเรียกว่าผ่าน เพราะรสเป็นเรื่องที่คนแต่ละคนตัดสินไม่เหมือนกัน และการให้ทีมงานสามคนชิมแล้วสรุปว่าใช้ได้ ไม่ใช่ข้อมูลที่เชื่อถือได้ วิธีที่เราใช้คือกำหนดจำนวนผู้ชิมขั้นต่ำ กำหนดแบบประเมินที่มีสเกลชัดเจน และเทียบกับสินค้าอ้างอิงที่มีอยู่ในตลาดแล้วเสมอ เพื่อให้คำว่าดีขึ้นมีจุดเปรียบเทียบจริง ไม่ใช่ความรู้สึกลอย ๆ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: การแก้รสทำให้สารสำคัญลดลงเท่าไร

A: ลดลงตามสัดส่วนของสารที่เติมเข้าไป เรารายงานตัวเลขก่อนและหลังให้ชัดเจนเสมอ เพื่อให้คุณปรับปริมาณใช้ในสูตรได้ถูกต้องและไม่เขียนตัวเลขผิดบนฉลาก

Q: เติมความหวานแทนได้ไหม

A: ได้ในบางกรณี แต่ความหวานกลบความขมได้ไม่หมด โดยเฉพาะความขมที่ค้างในลำคอหลังกลืน และการเพิ่มความหวานยังจำกัดกลุ่มผู้บริโภคที่เลี่ยงน้ำตาล ซึ่งเป็นกลุ่มที่โตเร็วที่สุดในตลาดสุขภาพ จึงมักไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดในระยะยาว

Q: ทดสอบผลอย่างไรว่าดีขึ้นจริง

A: ทดสอบสองด้าน ด้านแรกคือค่าการละลายที่วัดเป็นตัวเลขได้ ด้านที่สองคือการชิมโดยกลุ่มผู้ทดสอบ ซึ่งเราจัดให้ได้หากคุณต้องการข้อมูลเชิงประจักษ์ไปใช้ประกอบการตัดสินใจหรือใช้ในการนำเสนอ

Q: สารที่ปรับแล้วยังคงตัวเท่าเดิมไหม

A: ต้องทดสอบ เพราะการเติมสารบางกลุ่มอาจเปลี่ยนความคงตัวของสารสำคัญได้ทั้งสองทาง เราแนะนำให้ทำการทดสอบความคงตัวควบคู่หากผลิตภัณฑ์มีอายุการเก็บยาว (International Council for Harmonisation of Technical Requirements for Pharmaceuticals for Human Use, 2003)

Q: ใช้เวลากี่วัน

A: เราแบ่งเวลาเป็นสองช่วง คือช่วงทดลองและเปรียบเทียบแนวทาง กับช่วงผลิตจริงหลังจากคุณเลือกแนวทางแล้ว โดยระบุจำนวนวันทำการของแต่ละช่วงไว้ในใบเสนอราคา

ก้าวต่อไป

ส่งตัวอย่างสารสกัดและสูตรปลายทางมาที่ info@zubbbiotech.com หรือ LINE @zubbbiotech เราจะหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา เสนอแนวทางแก้อย่างน้อยสองทางพร้อมข้อแลกเปลี่ยนของแต่ละทาง และกรอบราคากลับให้โดยเร็วที่สุด

ติดต่อสอบถามและขอใบเสนอราคา

ส่งรายละเอียดงานของคุณมาได้ที่ ติดต่อเรา หรือ LINE @zubbbiotech · โทร 089-056-5651 · 097-297-1777 · อีเมล info@zubbbiotech.com

แหล่งอ้างอิง (References)

  1. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 293) พ.ศ. 2548 เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และที่แก้ไขเพิ่มเติม. (2549, 2 กุมภาพันธ์). ราชกิจจานุเบกษา, 123(ตอนพิเศษ 18 ง).
  2. International Council for Harmonisation of Technical Requirements for Pharmaceuticals for Human Use. (2003). Stability testing of new drug substances and products Q1A(R2).

สอบถามเกี่ยวกับ บริการปรับสารสกัดให้ละลายน้ำและปกปิดรสขม (Solubility & Taste Masking Service)

หากคุณมีคำถามหรือต้องการรับคำปรึกษาเกี่ยวกับ บริการปรับสารสกัดให้ละลายน้ำและปกปิดรสขม (Solubility & Taste Masking Service) คุณสามารถติดต่อเราได้ผ่านแบบฟอร์มติดต่อด้านล่าง

"*" indicates required fields

This field is for validation purposes and should be left unchanged.